7 วันฝรั่งซื้อ 3 หมื่นล้าน

สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยตอนนี้ไม่มีอะไรต้องวอรี่เหมือนเมื่อก่อน เพราะบรรยากาศโดยรวมของประเทศดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


สถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยตอนนี้ไม่มีอะไรต้องวอรี่เหมือนเมื่อก่อน เพราะบรรยากาศโดยรวมของประเทศดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แถมคนทำมาค้าขายก็คาดหวังในเรื่องคนละครึ่งเฟส 2 และแผนกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะเชื่อว่าจะทำให้เม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจแบบนี้ “โมนิก้า” ย่อมคาดหวังดัชนีจะขึ้นไปถึงระดับ 1,500 จุด ซึ่งเป็นการมองบนกำไรต่อหุ้นปี 69 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำได้ที่ระดับ 82 บาท และมาเทียบกับพีอี 19 เท่าไงล่ะคะ

ที่น่าสนใจคือ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง 7 วันทำการ จนยอดพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3.30 หมื่นล้านบาท พร้อมกับพาดัชนีขึ้นมายืนเหนือ 1,400 จุดอย่างแข็งแกร่ง แถมวานนี้ยังขยับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,411.70 จุด บวกไป 1.26 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.99 หมื่นล้านบาท จึงกลายเป็นจังหวะของการตามน้ำ หรือจะช้อนหุ้นเมื่อย่อตัวลงมาก็ได้ เพราะสตอรี่ดี ๆ ยังมีออกมาเป็นระยะไงล่ะคะ

เหมือนกับการคัมแบ็กของหุ้น COM7 อย่างสวยงามในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และเป็นการวิ่งขึ้นจากระดับ 18 บาท ก่อนจะไปทำไฮที่บริเวณ 25.25 บาท น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นว่า ความกังวลในเรื่องผลงานไม่เข้าเป้าหายไปหมดแล้ว และเมื่อดูจากการยืนปิดของหุ้นที่ระดับ 23.90 บาท ลบไป 1.35 บาท หรือลงไป 5.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 691 ล้านบาท เทียบกับราคาเป้าหมายที่โบรกฯ ให้ไว้ที่ 30 บาท มันมีอัพไซด์เกือบ 20% แบบนี้..ไม่เล่นได้ไง

เช่นเดียวกับหุ้นกระดาษลัง SCGP ที่วันนี้ย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 20.30 บาท ลบไป 0.40 บาท หรือลงไป 1.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 171 ล้านบาท กลายเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่น่าลุ้นสำหรับพวกขาลุย หลังโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับ 24 บาท ซึ่งมีแก๊ปให้หุ้นวิ่งได้ราว 15% แบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่ท้าทายความไวของนักเล่นพอสมควร เพราะการขึ้นของหุ้นต้องขึ้นอยู่กับผลงานไตรมาส 1 มีแนวโน้มออกมาดีขนาดไหนคะ

ส่วนในรายของ CENTEL ไม่ค่อยมีอะไรน่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่? เพราะเป็นหุ้นที่ไต่เพดานขึ้นช้า ๆ เป็นเวลา 9 เดือน จนล่าสุดหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 36.75 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 88 ล้านบาท ซึ่งทำให้อีฉันเชื่อว่า ฐานหุ้นที่สูงขึ้นเที่ยวนี้แน่นจริง ผนวกกับเมื่อชำเลืองดูราคาเป้าหมายที่โบรกเกอร์ให้ไว้ที่ระดับ 43 บาท ก็ทำให้อีฉันเชื่อว่า หุ้นจะขึ้นไปถึงระดับดังกล่าวในไม่ช้าจ้า!

สำหรับหุ้นในเครือเดียวกันที่โบรกเกอร์พูดถึงเป็นระยะ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น CRC เพื่อชี้ให้เห็นการย่อตัวลงมาปิดที่ระดับ 21.20 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 0.95% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 543 ล้านบาท น่าจะเป็นการขายทำกำไรระยะสั้นธรรมดา ๆ หลัง MSCI ประกาศให้หุ้นตัวนี้เข้ามาอยู่ใน Small Cap อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันเมื่อดูจากสตอรี่ต่าง ๆ ที่ยังออกมาในโทนบวกเป็นส่วนใหญ่ อีฉันเลยไม่กล้ามองข้ามหุ้นที่โบรกฯ ให้เป้าที่ระดับ 24 บาทหรอกค่ะ

ส่วนรายที่ผลงานอาจลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในบางจังหวะอย่าง OSP แต่โบรกฯ ยังมองเป็นหุ้นที่เหมาะต่อการเล่นเก็งกำไร “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นช็อตที่คาดหวังการขึ้นไปยืนที่บริเวณ 20.50 บาทได้เหมือนกันที่นักวิเคราะห์ประเมิน เพราะเกมของหุ้นตัวนี้ขึ้นอยู่กับผลงานแต่ละไตรมาสออกมาดีขนาดไหน? จึงอยากให้ขาลุยประเมินการยืนปิดที่ระดับ 18.30 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 0.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 212 ล้านบาท น่าแทงสวนไหมเอ่ย?

ปิดท้ายด้วยพี่เทพ PTTEP ซึ่งเป็นหุ้นที่ทำผลงานดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ผนวกกับมีการแจกปันผลฉ่ำ ๆ เป็นประจำทุกปี ผนวกกับวันนี้ราคาน้ำมันดิบขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญต่อบาร์เรล ทั้งที่ต้นเดือน ม.ค. อยู่แค่ระดับ 60 เหรียญต่อบาร์เรล เพียงแค่นี้ก็รู้แล้วว่า ผลงานไตรมาส 1 น่าจะออกมาดีขึ้น และทำให้ราคาเป้า 140 บาทไม่ไกลเกินเอื้อม หลังหุ้นยืนปิดที่ 129.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.95 พันล้านบาทไงล่ะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button