
1,450 จุด ผ่านยากไหม
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยพลิกกลับบวกได้ 7.66 จุด ปิดที่ 1,438.09 จุด หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ลงมาปิดลบ 11 จุด
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยพลิกกลับบวกได้ 7.66 จุด ปิดที่ 1,438.09 จุด หลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ลงมาปิดลบ 11 จุด
การปิดลบเมื่อวันศุกร์นักวิเคราะห์บางคนมองว่า เกิดจากเซนติเมนต์เชิงลบด้านการเมือง
โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง
แต่อีกมุมของนักวิเคราะห์ท่านอื่น บอกว่า ดัชนีเกิดการ “ปรับฐาน” มากกว่า หลังจากขึ้นมาติดต่อกันหลายวันเกือบ 100 จุด โดยอาจจะมีความสัมพันธ์กับเรื่องของการเมืองหลังเลือกตั้งบ้าง
คือ พอมีประเด็นลบเข้ามา ตลาดอาจใช้จังหวะนี้เพื่อปรับฐานเท่านั้น
และไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก เพื่อเชื่อว่า น่าจะผ่านไปได้
มีการระบุว่าแรงซื้อของนักลงทุนต่างประเทศ หรือฟันด์โฟลว์ด้วยว่า ก่อนที่เขาจะนำเงินเข้ามาลงทุน (จากต้นปี 69 ถึง 16 ก.พ. 69) กว่า 4.65 หมื่นล้านบาท
ต่างชาติน่าจะมีการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเมืองไทย (หลังเลือกตั้ง) พื้นฐานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และหุ้นที่เป็นเป้าหมายต่อการลงทุนมาอย่างดีแล้ว ก่อนที่จะทำการเข้าซื้อแบบรวดเร็ว
คือไม่ได้ซี้ซั้วซื้อหุ้นแน่นอน
อย่างวานนี้ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกเล็กน้อย 194 ล้านบาท จากวันศุกร์ที่พลิกมาขาย 1,430 ล้านบาท หลังซื้อต่อเนื่อง 8 วันติดต่อกัน
การซื้อของฟันด์โฟลว์ที่เพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย
และเป็นยอดเงินซื้อสุทธิที่แตกต่างจากช่วงซื้อ 8 วันติดต่อกัน ยังไม่ได้มีนัยว่าต่างชาติจะเพลาการซื้อ
และหากอ้างอิงจากนักวิเคราะห์ที่เกาะติดเรื่องของฟันด์โฟลว์ กับทางสมาคม บลจ.
พวกเขาต่างมองตรงกันว่า ด้วยปัจจัยทั้งจากภายนอก และภายในของไทยเองนั้น น่าจะช่วยหนุนเรื่องของฟันด์โฟลว์เข้ามาได้อีก และเข้ามาต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าบางช่วงอาจจะลดความร้อนแรงลงไปบ้าง หรือเป็นการสลับขายทำกำไรตามปกติ
กลับมาสู่คำถามที่ว่า แล้วแนวต้าน 1,450 จุด จะยากไหม
อย่างวานนี้ดัชนีขึ้นมาระดับสูงสุด 1,447 จุด หรือใกล้เคียงกันสัปดาห์ก่อนหน้า
จากนั้น ดัชนีย่อตัวลงมาเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสฯ และวันศุกร์ที่ผ่านมา
การเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีความน่าสนใจคือ
วันพฤหัสฯ ขึ้นมาสูงสุดที่ 1,441.53 จุด
วันศุกร์ขึ้นมาสูงสุดที่ 1,443.97 จุด
ส่วนวานนี้สูงสุดที่ 1,447.68 จุด
ทั้ง 3 วัน เมื่อดัชนีขึ้นมาแตะระดับสูงสุดของวัน และเกิดการขายทำกำไร ทำให้ดัชนีไปไม่ถึงแนวต้านสำคัญได้ ทำให้ดัชนีย่อตัวลงมา แต่การย่อตัวที่เกิดขึ้นไม่ได้หลุดแนวรับ
นักวิเคราะห์สายเทคนิค มองรูปแบบกราฟนี้ว่า 1,450 จุด อยู่แค่หน้าปากซอยแล้ว
ก่อนหน้าการเลือกตั้ง
นักวิเคราะห์ บทวิเคราะห์จากหลายโบรกเกอร์ ต่างมองตรงกันว่า การเมืองไทยหลังการเลือกตั้ง หากการจัดตั้งรัฐบาลออกมาในสูตร ภูมิใจไทย จับมือกับ เพื่อไทยนั้น
ถือว่าเป็นสูตรที่สร้างผลความรู้สึกเชิงบวกกับตลาดหุ้นไทยมากสุด
ดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวได้ตั้งแต่ 1,450-1480 จุด และบางโบรกฯ ให้มากกว่า 1,500 จุด
ขณะที่ล่าสุดบรรดา ผู้จัดการกองทุนจาก บลจ. หลายแห่ง เตรียมที่จะปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยขึ้นมายืนเหนือ 1,500 จุด หลังภูมิใจไทยมีเสียง สส. กว่า 190 เสียง ซึ่งน่าจะเกิด “เสถียรภาพ”
สรุปแล้ว หากการเมืองไม่ได้เกิดการสะดุด ผลประกอบการ บจ.ออกมาตามคาดเป็นส่วนใหญ่
1,450 จุด ก็อยู่แค่หน้าปากซอยอย่างที่เขาว่ากันนั่นแหละ