
SQ ผูกปิ่นโต ‘หงสา’.!
ข่าวคราวเงียบหายไปเป็นแรมปี สำหรับ SQ...ถ้าจำได้ครั้งสุดท้ายที่โปรยข่าวดีให้ผู้ถือหุ้นรู้สึกกระชุ่มกระชวย ก็กรณีได้งานจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะ
ข่าวคราวเงียบหายไปเป็นแรมปี สำหรับบริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ…ถ้าจำได้ครั้งสุดท้ายที่โปรยข่าวดีให้ผู้ถือหุ้นรู้สึกกระชุ่มกระชวย ก็กรณีได้งานจ้างเหมาขุด-ขนดินและถ่านหินที่เหมืองแม่เมาะ สัญญาที่ 8/1 จำนวน 2 รายการ มูลค่าสัญญารวม 7,170 ล้านบาท ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ช่วงปลายปี 2567 นั่นแหละ…
แต่กว่าจะได้จรดปลายปากกาเซ็นสัญญากับ กฟผ.เวลาก็ล่วงเลยมาปลายเดือน มี.ค. 2568 แล้ว เนื่องจากถูกอดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานในขณะนั้น เตะสกัดขา…โดยอ้างว่าการประมูลไม่โปร่งใส
หลังจากนั้นข่าวคราวของ SQ ก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆไป จนกระทั่งช่วงปลายปี 2568 เกิดเหตุดินสไลด์ในพื้นที่ปฏิบัติงานที่เหมืองแม่เมาะ ส่งผลให้ทรัพย์สินของ SQ เสียหายบางส่วน เลยถูกพูดถึงอีกครั้ง…
ล่าสุดมีข่าวดี..ข่าวใหม่มาเสิร์ฟนักลงทุนแล้ว จากกรณีได้งานใหม่ เป็นสัญญาจ้างงานสนับสนุนและบริการด้านเหมืองแร่ (Mining Support and Services Agreement : MSSA) ณ เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว มูลค่าสัญญารวม 340 ล้านบาท ของบริษัท ไฟฟ้าหงสา จำกัด โดยมีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่เดือน พ.ค. 2569 ไปจนถึง 31 ธ.ค. 2571
เรียกว่าผูกปิ่นโตยาว 2 ปีครึ่งเลยทีเดียว..!!
ก็ถือเป็นงานใหม่งานแรกของปี 2569 ที่จะเข้ามาเติมแบ็กล็อกให้กับ SQ..!!
คงมีหลายคนอยากรู้ว่าโรงไฟฟ้าหงสาเป็นของผู้ใด..?? งั้นไปทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสา แม้จะอยู่ใน สปป.ลาว โดยตั้งอยู่ที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นกลุ่มทุนไทยนะจิบอกให้…โดยมีบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ถือหุ้นในสัดส่วน 40%, บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ถือหุ้นสัดส่วน 40% และรัฐวิสาหกิจลาวโฮลดิ้ง (Lao Holding State Enterprise) ถือหุ้นสัดส่วน 20%
โดยเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดของ สปป.ลาว มีกำลังการผลิตไฟ้ฟ้า 1,878 เมกะวัตต์ เริ่มก่อสร้างในปี 2553 และเดินเครื่องเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2558 มีสัญญาขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จำนวน 1,473 เมกะวัตต์ คิดเป็น 78% ของกําลังการผลิตทั้งหมด และที่เหลือขายให้กับการไฟฟ้าลาว (EDL : Electricité du Laos) มีอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี
ก็เป็นโรงไฟฟ้าอีกหนึ่งแห่งที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศไทย..!?
แต่จะว่าไปนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ SQ ได้งานจากโรงไฟฟ้าหงสานะ เพราะช่วงกลางปี 2567 ก็ได้งานสัมปทานส่วนต่อขยายและระบบสายพานลำเลียงดิน เส้นที่ 2 ของบริษัท หงสา จำกัด มาแล้ว
งั้นก็ไม่ใช่คนอื่นไกลกันนะสิ..!!
ส่วนการได้งานโรงไฟฟ้าหงสาของ SQ ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำว่า “ถ่านหิน” ซึ่งในอดีตถูกตราหน้าว่าเป็นพลังงานสกปรก เป็นตัวบ่อนทำลายสิ่งแวดล้อม…กำลังกลับมามีบทบาทอีกครั้ง เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติ ที่มีราคาสูงและขาดแคลน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากภาวะสงครามตะวันออกกลางที่ไม่รู้จะจบเมื่อใด…ทำให้หลังจากนี้น่าจะเห็นความต้องการใช้ถ่านหินเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง…เชื่อหัวไอ้เรืองสิ
ก็ถือเป็นโอกาสทองของธุรกิจถ่านหินก็ว่าได้..!!
กลับมาที่ SQ แหม๊…ถ้าได้งานใหม่ต่อเนื่องก็ดีนะสิ จะได้มีโอกาสแก้มือหลังจากพลาดท่าทำงบขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน โดยปี 2567 มีรายได้รวม 4,498.06 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 51.05 ล้านบาท และปี 2568 มีรายได้รวม 3,303.13 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิปาไป 931.00 ล้านบาท
ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 มีตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรกว่า 270.10 ล้านบาท
และเป็นสาเหตุให้ราคาหุ้นทรุดโทรมอย่างหนัก โดยในรอบ 1 ปี ราคาทรุดลงไป 35% และรอบ 3 เดือน ราคาทรุดไป 28%
ดีนะเนี่ย…หลังจากแจ้งข่าวดีไปแล้ว หุ้น SQ ตอบสนองด้วยการวิ่งขึ้นไป 17.86% ปิดตลาดที่ 0.33 บาท
ไม่งั้นคงเสียของแย่เลย…
…อิ อิ อิ…