DCC กำไรยังเด่น

คุณค่าบริษัท

มีการประเมินกันว่า บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน)  หรือ DCC มีแนวโน้มไปได้ดีต่อเนื่อง หลังมีปัจจัยหนุนผลประกอบการไปจนถึงปี 2564 อนึ่งจากยอดขายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นต่อ 5% โดยหลักมาจากการขยายส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศอันดับ 1 อยู่ที่ 42% พร้อมกับการขยายกระเบื้องขนาดใหญ่ทดแทนการนำเข้า

นอกจากนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ทรงตัวสูง 41% เพราะสัดส่วนยอดขายกระเบื้องขนาดใหญ่ที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันมี Economy of scale มากขึ้น และรายได้ค่าเช่าสูงขึ้น

ผลดังกล่าวทำให้มีการประมาณการของปี 2564 ไว้อยู่ที่ 85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

หลังจากรายงานผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3 ปี 2563 และงวดเก้าเดือนแรกออกมาสามารถทำกำไรเติบโตได้แจ๋ว

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 2,067.50 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,841.45 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 413.02 ล้านบาท หรือ 0.050 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 221.10 ล้านบาท หรือ 0.031 บาทต่อหุ้น

เหตุผลการดำเนินงานปรับตัวขึ้นเป็นผลจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น จากการทำการตลาดแบบเข้มข้น & ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นกระเบื้องขนาดใหญ่ 60×120 ซม. และ 80×80 ซม. อีกส่วนจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากอัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้น การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากการขายกระเบื้องขนาดใหญ่ที่มีมาร์จิ้นสูงทำให้ราคาเฉลี่ยโดยรวมเพิ่มขึ้น และต้นทุนพลังงาน (โดยหลักคือก๊าซ) ต่ำลง 25% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงานงวดเก้าเดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6,616.37 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 6,206.43 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1,223.82 ล้านบาท หรือ 0.158 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 734.58 ล้านบาท หรือ 0.106 บาทต่อหุ้น สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการได้ดีเยี่ยม

มิหนำซ้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง เนื่องจากส่วนหนี้สินของบริษัทไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวม 4,075.16 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น 4,864.51 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.84 เท่า ถือว่าปัญหาหนี้สินทางบริษัทยังไม่มีมารบกวน

สิ่งสำคัญบริษัทมีการประกาศจ่ายปันผลสำหรับไตรมาส 3/2563 เท่ากับ 0.045 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 89% ของกำไรสุทธิ ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 พ.ย. 2563 และวันจ่ายเงินปันผล 30 พ.ย. 2563

สุดท้ายทางบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2563-2564 เพิ่มขึ้น 6% และ 3% ตามลำดับ สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาส 3/2563 ที่ดีกว่าคาด และค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ทำให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2563-2564 จะเติบโตเพิ่มขึ้น 66% และเพิ่มขึ้น 6% ตามลำดับ คาดการณ์ Dividend yield ปี 2563-2564 ไว้ที่ 6.9% และ 7.4% (จ่ายทุกไตรมาส) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาพื้นฐาน 3.10 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายรุ่งโรจน์ แสงศาสตรา 1,600,000,000 หุ้น 19.51%
  2. นายมารุต แสงศาสตรา 925,000,000 หุ้น 11.28%
  3. นายมนต์รัก แสงศาสตรา 925,000,000 หุ้น 11.28%
  4. นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล 496,060,000 หุ้น 6.05%
  5. นายนครินทร์ แสงศาสตรา 255,937,300 หุ้น 3.12%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายรุ่งโรจน์ แสงศาสตรา ประธานกรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร
  2. นายสุวิทย์ สมานพันธ์ชัย กรรมการ
  3. นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล กรรมการ
  4. น.ส.คัทลียา แสงศาสตรา กรรมการ
  5. นายมนต์รัก แสงศาสตรา กรรมการ