
KTC ปักธงกำไร “ออลไทม์ไฮ” รุก Core Payment-ประกันดิจิทัลเต็มสูบ
KTC มั่นใจทั้งปี 69 ทำนิวไฮเหนือปี 2568 ที่ทำได้ 7,782 ล้านบาท ได้แน่นอน หลังพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลโตเกินเป้า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตขยายตัวเหนืออุตสาหกรรม ขณะที่ผลงานไตรมาส 1/69 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิแตะ 2,171 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าอัปเกรดระบบ Core Payment System และรุกธุรกิจประกันดิจิทัล หนุนการเติบโตระยะยาวควบคู่รักษานโยบายปันผลระดับ 55% อย่างยั่งยืน
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 แม้เศรษฐกิจยังเผชิญความผันผวน บริษัทฯมั่นใจผลกำไรสุทธิปีนี้จะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) สูงกว่าปี 2568 ที่มีกำไร 7,782 ล้านบาท หลังไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิแล้ว 2,171 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและความสามารถในการรักษาการเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ทั้งนี้ บริษัทฯตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตรวมทั้งปีไว้ที่ 1-2% โดยไตรมาสแรกเติบโตแล้ว 0.7% ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 1.93% และยังคงเป้าควบคุม NPL ทั้งปีให้อยู่ต่ำกว่า 2% แม้จะเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 ที่อยู่ระดับ 1.79% ก็ตาม สะท้อนการบริหารความเสี่ยงและการติดตามคุณภาพสินเชื่ออย่างใกล้ชิด
ด้านธุรกิจบัตรเครดิต ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในไตรมาสแรกเติบโต 3.7% สูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเพียง 0.7% พร้อมตั้งเป้าการเติบโตทั้งปีที่ 5% ขณะที่พอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลยังขยายตัวโดดเด่น 3.3% สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ 2% และสูงกว่าระดับการเติบโต ณ สิ้นปี 2568 ที่ 3.2% โดยบริษัทฯมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกจากความต้องการสินเชื่อของผู้บริโภคที่ยังมีต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคจะเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นก็ตาม
นางพิทยา กล่าวว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป โดยแม้จำนวนรายการใช้จ่ายยังไม่ลดลง แต่ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลในบางหมวดปรับลดลง โดยเฉพาะร้านอาหารที่ค่าใช้จ่ายต่อครั้งลดเหลือประมาณ 700-800 บาท จากเดิมราว 1,000 บาท ขณะที่หมวดประกันภัยยังเติบโตระดับเลขสองหลัก ส่วนการท่องเที่ยวพบว่าผู้บริโภคนิยมเดินทางระยะใกล้มากขึ้น เช่น ท่องเที่ยวในประเทศหรือประเทศแถบเอเชียแทนการเดินทางไกล ขณะเดียวกันยอดใช้จ่ายผ่านออนไลน์และ Marketplace ยังเติบโตโดดเด่น โดยจำนวนรายการเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% และมูลค่าการใช้จ่ายเติบโตระดับเลขสองหลัก
สำหรับธุรกิจใหม่ด้านนายหน้าประกันภัย ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา เริ่มเห็นทิศทางผลประกอบการดีขึ้น แม้ยังไม่มีนัยสำคัญต่อรายได้รวมของบริษัท โดยปัจจุบัน KTC อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยดิจิทัล ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี พร้อมเดินหน้าขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์ ดิจิทัล และทีม Telemarketing ควบคู่กับการพัฒนาทักษะพนักงาน Call Center ให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างอัปเกรดระบบ Core Payment System ครั้งใหญ่ โดยเลื่อนกำหนดเปิดใช้งานจากไตรมาส 2/2569 ไปเป็นช่วงต้นไตรมาส 3/2569 เพื่อให้การย้ายระบบและฐานข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยระบบใหม่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริหารจัดการข้อมูลบน Cloud และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงเริ่มนำ AI เข้ามาใช้ร่วมกับโซลูชันต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพองค์กรและพนักงานด้านดิจิทัล
นอกจากนี้ KTC ยังยืนยันนโยบายสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้ผู้ถือหุ้น โดยล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลในอัตรา 55% ของกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า พร้อมมองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมและยั่งยืนในระยะยาว แม้จะมีคำถามจากนักลงทุนเกี่ยวกับโอกาสเพิ่มอัตราปันผลเป็น 80% แต่บริษัทยังไม่มีแผนปรับเปลี่ยนในขณะนี้ รวมถึงยังไม่มีนโยบายจ่ายปันผลระหว่างกาล ขณะที่ KTB ยังคงถือหุ้นใหญ่ใน KTC สัดส่วน 49.29% และทำหน้าที่เป็น Strategic Partner สำคัญในการสนับสนุนทั้งด้านแหล่งเงินทุน การขยายฐานลูกค้า และระบบชำระเงินร่วมกัน
โดยปีนี้ KTC ยังตั้งเป้าขยายสมาชิกใหม่อีก 200,000-250,000 ราย ผ่านระบบ e-Application บนแอป KTC Mobile เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาดการเงินดิจิทัล

