โบรกชี้กำไร TIDLOR ไตรมาส 4 อ่อนตัวเหลือ 1.26 พันล้าน เหตุตั้งสำรองน้ำท่วม-ค่าใช้จ่ายพุ่ง

“ฟินันเซีย” คาดกำไร TIDLOR ไตรมาส 4/25 อ่อนตัว 10% เหลือ 1.26 พันลบ. เซ่นตั้งสำรองรับน้ำท่วม-ค่าใช้จ่ายพุ่ง แต่โต 21% YoY รับสินเชื่อขยายตัว ยันคุณภาพหนี้แกร่ง NPL ลดต่อเนื่องเหลือ 1.63% แนะ “ซื้อ” เป้าใหม่ 23 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด ระบุถึงแนวโน้มผลประกอบการ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR โดยคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 4/2025 จะอยู่ที่ 1.26 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 10.1% จากไตรมาสก่อน (q-q) แต่ยังเติบโต 21.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) ปัจจัยกดดันหลักมาจากการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) ที่เพิ่มขึ้นจากการตั้ง Management Overlay ในระดับสูงเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนหักสำรอง (PPOP) คาดว่าจะอยู่ที่ 2.38 พันล้านบาท เติบโต 0.7% จากไตรมาสก่อน และ 18.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสินเชื่อตามฤดูกาลที่ 2.1% q-q และ 5.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถบรรทุก

สำหรับภาพรวมปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจะเติบโต 8.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของผู้บริหารที่ตั้งไว้ 10-15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ขณะที่อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) คาดว่าจะอยู่ที่ 55.5% สอดคล้องกับเป้าหมายระดับกลางที่ mid-50% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิรวมทั้งปี 2568 จะอยู่ที่ 5.19 พันล้านบาท เติบโต 22.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ FSSIA ได้มีการปรับประมาณการกำไรปี 2568-70 เล็กน้อย โดยคาดอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิ (CAGR) ที่ 13.8% จากการเติบโตของสินเชื่อเฉลี่ยราว 5.8% ต่อปี และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตเฉลี่ย 18.1% ต่อปี

ส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 โดยคาดว่าสัดส่วนหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL Ratio) ณ สิ้นไตรมาส 4/2568 จะลดลงเหลือ 1.63% จาก 1.69% ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวัง สำหรับต้นทุนความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ (Credit Cost) คาดว่าจะกลับสู่ระดับปกติที่ 2.95% จากระดับต่ำผิดปกติในช่วงไตรมาส 3/2568 ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (Coverage Ratio) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 300.3% ทั้งนี้ FSSIA ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2569 ใหม่เป็น 23.00 บาท (จากเดิม 24.50 บาท) อิงวิธี GGM มองว่าเป็นจุดเข้าลงทุนที่เหมาะสมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 4-5% ต่อปี

Back to top button