
“บัวหลวง” ชี้เลือกตั้งหนุนเสถียรภาพ ดึงเงินทุนไหลเข้า ลุ้น SET ทดสอบ 1,450 จุด
บลจ.บัวหลวง มองเลือกตั้งหนุนเสถียรภาพการเมือง ดึงเงินทุนต่างชาติไหลเข้า คาด SET สิ้นปีมีลุ้นแตะ 1,450 จุด บนสมมติฐาน EPS 88–90 บาท GDP โต 1.6–1.8% เงินเฟ้อ 0.8–1%
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงาน Investment Strategy และ Fund Management บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด เปิดเผยว่า จากผลการเลือกตั้งเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการ ณ เช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคภูมิใจไทย (BJT) ได้รับชัยชนะด้วยจำนวน 194 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคประชาชน (PP) 116 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย (PT) 76 ที่นั่ง โดยขั้นตอนถัดไปต้องรอการรับรองผลอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งอาจใช้เวลาสูงสุด 60 วัน
ผลการเลือกตั้งดังกล่าวสะท้อนภาพรวมเสถียรภาพทางการเมืองที่มีแนวโน้มชัดเจนในช่วงหลายปีข้างหน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ในด้านทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ คาดว่าการเข้ามาบริหารประเทศของพรรคภูมิใจไทยจะให้น้ำหนักกับเสถียรภาพทางการคลังมากกว่านโยบายประชานิยมเชิงรุก อย่างไรก็ตาม ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นมาตรการกระตุ้นการบริโภคระยะสั้น อาทิ โครงการ “คนละครึ่งพลัส” และมาตรการภาษีบางประการ ขณะเดียวกันรัฐบาลมีแนวโน้มเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และผลักดันการลงทุนภาครัฐ รวมถึงการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยความต่อเนื่องของนโยบายจากรัฐบาลในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
สำหรับทิศทางตลาดทุน ตลาดหุ้นไทยเริ่มเห็นแรงส่งเชิงบวกตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง โดยมีสัญญาณเงินทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างชัดเจน สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 10,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ต้นปี (YTD) อยู่ที่ประมาณ 15,000 ล้านบาท และหากรัฐบาลมีเสถียรภาพสูงตามที่คาดการณ์ มีโอกาสเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่อง
ในระยะสั้น สถิติย้อนหลังชี้ว่าหลังการเลือกตั้ง 1 เดือน ดัชนีตลาดหุ้นมักปรับขึ้นราว 3–4% ประเมินว่าดัชนี SET มีโอกาสทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,400 จุดภายในสัปดาห์นี้ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มวัฏจักรในประเทศ (Domestic Cyclicals) อาทิ การเงิน การท่องเที่ยว พาณิชย์ และวัสดุก่อสร้าง
อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจชะลอแรงขับเคลื่อนของตลาด แต่ในปัจจุบันประเมินว่าความเสี่ยงดังกล่าวยังอยู่ในระดับจำกัด
สำหรับเป้าหมายสิ้นปี หากอิงประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ระดับ 88–90 บาทต่อหุ้น สะท้อนการเติบโตของ GDP ที่ 1.6–1.8% และอัตราเงินเฟ้อ 0.8–1% ดัชนี SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 1,450 จุด ซึ่งสอดคล้องกับการซื้อขายที่ระดับค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

