
KTB เตือนบาทผันผวนหนัก! ลุ้นแตะ 34 บ. จับตาสงครามฯ-ท่าทีเฟด
Krungthai GLOBAL MARKETS แบงก์กรุงไทย (KTB) มองเงินบาทยังแกว่งตัวสูงในกรอบ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดจับตาสัญญาณดอกเบี้ย FED และสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Boom) โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่า การส่งออกของไทยมีโอกาสขยายตัวเกือบ 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม การนำเข้ามีแนวโน้มเร่งตัวสูงถึง 35% ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center)
ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรติดตามทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีโอกาสผันผวนจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงแรงขายในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่กดดันบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในช่วงวันที่ 20-24 กรกฎาคม 2569 มองว่าโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทเริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 33.40-34.00 บาทต่อดอลลาร์ จากแรงหนุนของเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโลก
ทั้งนี้ เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์ และหากแรงกดดันยังคงอยู่ อาจเห็นการอ่อนค่าต่อไปยังระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย หรือผู้เล่นในตลาดเริ่มลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เงินบาทก็มีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าได้ โดยคาดว่าแนวรับจะอยู่บริเวณ 33.40-33.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวรับสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน กล่าวว่า ค่าเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งทิศทางแข็งค่าและอ่อนค่า ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED ซึ่งตลาดจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
หากตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED เงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้ไม่ยาก แต่หากตลาดกลับมาให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น เงินบาทก็อาจอ่อนค่าต่อได้ โดยประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ราว 50% อาจส่งผลให้เงินบาทเคลื่อนไหวได้ราว 25 สตางค์ จากความผันผวนของค่าเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง KTB ยังคงแนะนำให้ผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะการใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน
ในเชิงเทคนิค มองว่าเงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อพิจารณาจากกรอบเวลารายสัปดาห์ (Trend-Following) และจะยังคงเป็นเช่นนี้จนกว่าจะสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยมีแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์อยู่บริเวณ 32.60 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ในระยะนี้เงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าหรือแกว่งตัวในกรอบกว้าง ส่วนทิศทางเงินดอลลาร์ คาดว่าจะยังได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก แม้ยังมีความเสี่ยงที่จะพลิกกลับมาอ่อนค่าได้เช่นกัน หากปัจจัยเสี่ยงคลี่คลายและมุมมองของตลาดต่อทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐเปลี่ยนแปลงไป