
พรีวิว 4 หุ้น “โรงไฟฟ้า” ตัวท็อป ลุ้นงบไตรมาส 2 โตแกร่ง ชู GULF นำทีมเด่น
จับตาหุ้นโรงไฟฟ้างบไตรมาส 2/69 ฟื้นตัว บล.ทิสโก้คาดกำไรกลุ่มโตจากไตรมาสก่อน รับฤดูกาลใช้ไฟ-โรงไฟฟ้ากลับมาเดินเครื่อง ชู GULF เด่น พร้อมแนะซื้อ GULF, EGCO และ GPSC
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง หลังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีโอกาสฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลใช้ไฟฟ้า การกลับมาเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าหลังปิดซ่อมบำรุง รวมถึงรายได้เงินปันผลและผลการดำเนินงานจากโครงการต่างประเทศ
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ว่า กลุ่มโรงไฟฟ้ามีแนวโน้มรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ในระดับแข็งแกร่ง โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าบริษัทในกลุ่มที่ศึกษา ซึ่งไม่รวมบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH จะมีกำไรสุทธิรวมประมาณ 15,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรปีก่อนได้รับแรงหนุนจากรายการพิเศษของ GULF จากการควบรวมกิจการ
สำหรับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF คาดว่าจะเป็นบริษัทที่มีกำไรเติบโตจากไตรมาสก่อนโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม แม้กำไรสุทธิเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจะลดลงจากการไม่มีรายการพิเศษดังกล่าว โดยกำไรปกติคาดว่าจะเติบโต 74% จากปีก่อน จากแรงหนุนของรายได้เงินปันผลจากการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รวมถึงผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า IPP ที่ดีขึ้นตามฤดูกาล และการกลับมาเดินเครื่องของโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ หลังซ่อมบำรุงแล้วเสร็จ
ขณะที่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ประมาณ 841 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของโรงไฟฟ้า Paju ในเกาหลีใต้ โรงไฟฟ้าพลังงานลม Yunlin ในไต้หวัน และโครงการโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า Quezon ในฟิลิปปินส์
ด้าน บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะเพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้า GHECO-One ที่กลับมาเดินเครื่องหลังหยุดซ่อมบำรุง ขณะที่ธุรกิจ SPP ยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่เพิ่มขึ้น แต่คาดว่าจะได้รับชดเชยจากปริมาณจำหน่ายไฟฟ้าและไอน้ำที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
ส่วน บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 656 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการไม่มีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากเหมือนปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จากการดำเนินงานในเวียดนาม
ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า จากแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน พร้อมแนะนำ “ซื้อ” หุ้น GULF ราคาเป้าหมาย 82 บาท, EGCO ราคาเป้าหมาย 144 บาท และ GPSC ราคาเป้าหมาย 51 บาท ขณะที่แนะนำ “ถือ” BGRIM ราคาเป้าหมาย 14.80 บาท โดยเลือก GULF เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม จากแนวโน้มการเติบโตของกำไรและโอกาสขยายธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาค อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่าคาด และต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าในระยะถัดไป

