
โบรกเชียร์ซื้อ TOP เป้า 66.70 บาท ลุ้น Q3 โตเด่น ค่าการกลั่น-สเปรดหนุน
บล.กสิกรไทยมอง TOP แนวโน้ม Q3/69 แข็งแกร่งจากสเปรดน้ำมันสูง และค่าการกลั่นพุ่งแตะ 23.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 66.70 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP โดยคาดว่าธุรกิจโรงกลั่นจะเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนผลการดำเนินงาน ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 3/2569 ยังอยู่ในทิศทางแข็งแกร่ง จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง ตามข้อมูลบทวิเคราะห์ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บล.กสิกรไทยคาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิประมาณ 7,800 ล้านบาท ลดลงราว 60% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับผลกระทบจากการรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ หรือ NRV รวมประมาณ 6,800 ล้านบาท
นอกจากนี้ คาดว่าจะมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงประมาณ 1,500 ล้านบาท รวมถึงการด้อยค่าของสินทรัพย์ประมาณ 1,000 ล้านบาท จากโครงการพลังงานสะอาด หรือ Clean Fuel Project (CFP)
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงกลั่นในไตรมาส 2/2569 ยังคงแข็งแกร่ง โดยคาดอัตราการใช้กำลังการกลั่นอยู่ที่ 107% แม้ลดลงจาก 113% ในไตรมาส 1/2569 เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเป็นระยะเวลา 1 เดือน
ขณะที่ค่าการกลั่น หรือ Gross Refining Margin (GRM) คาดเพิ่มขึ้นเป็น 23.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 12.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อน ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินในไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 28.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จาก 9.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อน ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 62.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 36.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3/2569 บล.กสิกรไทยประเมินว่า ผลประกอบการของ TOP ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงอัตราการใช้กำลังการกลั่นที่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงดังกล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 3 จนถึงปัจจุบัน (3QTD) ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 30.9 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ได้แรงสนับสนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูกาลเดินทางด้วยรถยนต์ ขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ประมาณ 57.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงภาวะอุปทานที่ตึงตัว
ผลิตภัณฑ์เบนซินและดีเซลรวมกันคิดเป็นประมาณ สองในสามของผลผลิตจากโรงกลั่นของ TOP จึงคาดว่าส่วนต่างราคาที่อยู่ในระดับสูงจะเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาส 3/2569 ประกอบกับการไม่มีแผนปิดซ่อมบำรุงจะช่วยให้อัตราการใช้กำลังการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น
ด้านประมาณการผลประกอบการ บล.กสิกรไทยคาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 25,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 14,584 ล้านบาทในปี 2568 ก่อนคาดกำไรสุทธิปี 2570 ที่ประมาณ 14,214 ล้านบาท
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TOP พร้อมราคาเป้าหมาย 66.70 บาท โดยราคาเป้าหมายอิงอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) ที่ 0.75 เท่า ซึ่งเทียบเท่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของบริษัท

