น้ำมัน WTI ปิดบวก 0.3% หวั่นอุปทานตึงตัว หลังทรัมป์ขู่ขยายคว่ำบาตรประเทศค้าอิหร่าน

น้ำมัน WTI ปิดที่ 87.06 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ ขณะที่ Brent แตะ 94.39 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากความกังวลอุปทาน หลัง “ทรัมป์” ขู่คว่ำบาตรประเทศที่ยังค้าขายกับอิหร่าน ด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ในระดับต่ำ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค. 2569) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (21 ส.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศที่ยังทำการค้ากับอิหร่าน เพิ่มความกังวลว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกอาจตึงตัวมากขึ้นในช่วงต่อจากนี้

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 23 เซนต์ หรือ 0.26% ปิดที่ 87.06 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 61 เซนต์ หรือ 0.65% ปิดที่ 94.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 6.39% และ WTI เพิ่มขึ้น 5.66% โดยราคาน้ำมันทั้งสองชนิดขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. ระหว่างการซื้อขายเมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

แรงกดดันต่ออิหร่านเพิ่มขึ้น หลังความพยายามด้านสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประสบความล้มเหลว ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ส่งสัญญาณยกระดับมาตรการคว่ำบาตร โดยอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากเผชิญภัยคุกคามครั้งใหม่จากสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ประเมินว่า ผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในระยะสั้นอาจยังจำกัด เนื่องจากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ด้านการขนส่งทางเรือและการตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรยังอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก

ข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีมีเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพียง 7 ลำ ลดลงครึ่งหนึ่งจาก 14 ลำในวันก่อนหน้า โดยก่อนเกิดความขัดแย้ง เส้นทางดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เกือบ 1 ใน 5 ของปริมาณทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อในตลาดเริ่มหาแหล่งน้ำมันทดแทนมากขึ้น ทั้งน้ำมันจากสหรัฐฯ เวเนซุเอลา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงแหล่งอื่น หลังข้อเสนอขายน้ำมันดิบอิหร่านให้แก่ผู้ซื้อในจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบของมาตรการปิดล้อม ขณะที่ราคาน้ำมันอิหร่านปรับตัวสูงขึ้นจากภาวะอุปทานตึงตัว

นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามความเสี่ยงด้านอุปทานจากรัสเซีย หลังประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่า กองทัพยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียในเมืองเพิร์ม ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนยูเครนกว่า 1,600 กิโลเมตร ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานโลก

Back to top button