
ASPS แนะกลยุทธ์ Selective Buy รับเทรนด์ “เทคโนโลยี” โตยาวถึงปี 71
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ Selective Buy เน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและได้อานิสงส์จากเทรนด์โลกในอนาคต เนื่องจากมองว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีทิศทางเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องไปจนถึงปี 71
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า แนะนำกลยุทธ์ตั้งรับแบบเลือกตัวเล่น (Selective Buy) ในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงอย่าง บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF
กลุ่มปิโตรเคมีและวัสดุก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กลุ่มหุ้นปันผลเด่นเพื่อป้องกันความผันผวน ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP
กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้อานิสงส์จากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกอย่าง บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA กลุ่มท่องเที่ยวอย่าง บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และกลุ่มเดินเรือ ได้แก่ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL และ บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL
ทั้งนี้ การลงทุนในธีม AI ยังคงมีความแข็งแกร่ง นำโดย NVIDIA Corporation หรือ NVDA ที่รายงานรายได้ไตรมาส 2 แตะระดับ 9.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจ Data Center ที่เติบโตถึง 117% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นเติบโต 111% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
พร้อมประเมินแนวโน้มบวกว่ารายได้ในปี 2571 จะเติบโตขึ้นราว 70% รองรับวัฏจักรโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ ANTA Sports Products Limited หรือ ANTA ประกาศรายได้ครึ่งปีแรกเติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรต่อหุ้นเติบโต 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แนะนำเก็งกำไรผ่านตราสารแสดงสิทธิ DR ได้แก่ NVDA80 และ ANTA23
ขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.00% ต่อปี เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะขยายตัวในระดับต่ำที่ 2.3% และ 1.8% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ นโยบายการเงินของไทยจึงจำเป็นต้องรักษาสภาวะผ่อนคลาย ควบคู่ไปกับการดำเนินนโยบายการคลังจากรัฐบาล นอกจากนี้ ตลาดกำลังติดตามตัวเลขการส่งออกประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ที่คาดว่าจะเติบโต 17.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

