“เอกนัฏ” จ่อถก กบง. คุมค่าการกลั่น 7 เม.ย. เล็งเพดาน 3 บาท เร่งให้ทันสงกรานต์

“เอกนัฏ” เตรียมถก กบง. 7 เม.ย. ทบทวนสูตรราคาหน้าโรงกลั่น หลังค่าการกลั่นพุ่งผิดปกติ เล็งคุมเพดานไม่เกิน 3 บาท/ลิตร หวังลดราคาหน้าปั๊มโดยไม่ต้องพึ่งกองทุนน้ำมัน ขณะ “เอกนิติ” เรียกประชุม คตร. นัดแรก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 เม.ย.69) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า ภายหลังเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีเต็มตัวแล้ว ในวันที่ 7 เมษายน 2569 จะเรียกประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีอำนาจกำหนดราคาน้ำมัน ทั้งราคาหน้าโรงกลั่นและราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ โดยจะพิจารณาโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นเป็นลำดับแรก

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีความผันผวนสูง โดยยกตัวอย่างว่า ราคาปิดระหว่างวันปรับลดลงประมาณ 50 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะกลับมาปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 7 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงเย็น สะท้อนว่าตลาดมีความผันผวนผิดปกติ ดังนั้นการอ้างอิง 100% อาจต้องนำมาทบทวน

นายเอกนัฏ ชี้แจงว่า โครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นประกอบด้วยต้นทุนน้ำมันดิบที่ประเทศไทยใช้อ้างอิงราคาดูไบ และส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ หรือค่าการกลั่น (Gross Refining Margin: GRM) ซึ่งพบว่า ปรับตัวสูงผิดปกติ โดยในภาวะปกติอยู่ที่ประมาณ 2–3 บาทต่อลิตร โรงกลั่นยังสามารถทำกำไรได้ แต่ในช่วงเดือนมีนาคม ค่าเฉลี่ยปรับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อลิตร และช่วงต้นเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเกือบ 14 บาทต่อลิตร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มจากความไม่ปกติของตลาด วันนี้เป็นตลาดที่ผันผวน ไม่ใช่ภาวะปกติ แต่เราไปอ้างอิงดัชนีเหล่านี้มาเป็นตัวกำหนดค่าการกลั่น และสุดท้ายสะท้อนเป็นราคาหน้าโรงกลั่น ก่อนจะบวกภาษีและต้นทุนอื่น ๆ ไปเป็นราคาหน้าปั๊ม ซึ่งลักษณะนี้คงต้องทบทวน

ในระยะยาวมีการพูดถึงมาตรการภาษีลาภลอย แต่การออกกฎหมายอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ จึงจำเป็นต้องใช้อำนาจของ กบง. ทบทวนค่าการกลั่นในส่วนที่สูงเกินระดับปกติ โดยมองว่าระดับที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3–4 บาทต่อลิตร และส่วนที่เกินควรนำกลับมาเพื่อลดภาระราคาพลังงาน

ทั้งนี้ หากสามารถปรับลดค่าการกลั่นลงได้ จะทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นลดลง และเมื่อรวมกับโครงสร้างภาษีและต้นทุนอื่น ๆ จะส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการลดลง โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาชดเชย

นายเอกนัฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนตัวเลขค่าการกลั่น และหาก

คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ข้อสรุปภายใน 1–2 วัน จะนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ และพร้อมใช้อำนาจในฐานะประธาน กบง. ดำเนินการทันที

โดยย้ำว่า ไม่ได้ยกเลิกการอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ แต่ต้องพิจารณาว่าส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ หรือค่าการกลั่น อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือไม่ และอาจจำเป็นต้องกำหนดเพดานเพื่อควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

“ผมพยายามจะทำให้เสร็จก่อนสงกรานต์” นายเอกนัฏ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ เวลา 10.30 น. รองนายกฯ เอกนิติ ได้เรียกประชุม คตร. นัดแรก ที่กระทรวงการคลัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“นายก” ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธาน “คตร.” ศึกษาโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ

“เอกนัฏ” ประเดิมตำแหน่ง รมว.พลังงาน ลุยแก้น้ำมัน “แพง-ขาด” จ่อทบทวนค่าการกลั่น

Back to top button