SPRC บวกต่อ 4% รับกำลังการผลิต-ค่ากลั่นฟื้นเต็มสูบ โบรกแนะซื้อ 8.30 บาท

SPRC ปรับตัวบวก 4% รับแรงหนุนกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังหลังปิดซ่อมใหญ่โรงกลั่น ดัน Crude Run ไตรมาส 2/2569 ฟื้นเหนือ 160 KBD ขณะที่ KSS คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท มองระยะกลาง-ยาวได้ประโยชน์จากอุปทานโรงกลั่นตึงตัวและประสิทธิภาพผลิตดีขึ้น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 พ.ค.69) ราคาหุ้นบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ณ เวลา 10:35 น. อยู่ที่ระดับ 7.40 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 3.50% ราคาสูงสุด 7.45 บาท ราคาต่ำสุด 7.20 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 102.22 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุผ่านบทวิเคราะห์ว่า SPRC มีแนวโน้มกลับมาผลิตได้เต็มที่หลังผ่านช่วงปิดซ่อมใหญ่โรงกลั่น โดยคาดว่าจะสามารถใช้น้ำมันดิบเบาได้เพิ่มขึ้น และเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันเครื่องบิน หรือ Jet ได้มากขึ้น

โดยฝ่ายนักวิเคราะห์ คาดว่า อัตราการกลั่นน้ำมันดิบ หรือ Crude Run ของ SPRC ในไตรมาส 2/2569 จะสูงกว่า 160 KBD เทียบกับไตรมาส 1/2569 ที่อยู่ราว 110 KBD ขณะที่การปรับมาใช้น้ำมันดิบเบาเพิ่มขึ้นหลังการอัปเกรดโรงกลั่น จะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันเครื่องบินเป็น 14% จากปี 2568 ที่อยู่ราว 10%

ปัจจัยดังกล่าวทำให้ SPRC มีแนวโน้มได้รับประโยชน์มากขึ้นในช่วงที่อุปทานน้ำมันตึงตัว จากสถานการณ์ความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงกรณีที่ภาครัฐมีแนวโน้มเปิดทางให้สามารถส่งออกน้ำมัน Jet ได้

ขณะเดียวกัน SPRC ยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพการผลิต หรือ Reliability และสภาพคล่อง หรือ Liquidity ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน โดยฝ่ายนักวิเคราะห์ระบุว่า บริษัทสามารถจัดหาน้ำมันดิบได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีการจัดหาน้ำมันดิบรองรับการผลิตตลอดไตรมาส 2/2569 แล้ว รวมถึงเริ่มสั่งซื้อน้ำมันดิบสำหรับเดือนกรกฎาคม โดยขยายระยะเวลาการสั่งซื้อล่วงหน้าจาก 45 วัน เป็น 60 วัน

นอกจากนี้ SPRC ยังตั้งเป้าลดการพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง โดยในเดือนมิถุนายนคาดว่าสัดส่วนจะลดลงเหลือต่ำกว่า 25% จากไตรมาส 1/2569 ที่อยู่ราว 79% ขณะที่ฐานะการเงินยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมี Net IBD/EQ ราว 0.16 เท่า ซึ่งเพียงพอรองรับการจ่ายเงินปันผลและเงินทุนหมุนเวียนที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงที่กองทุนน้ำมันอาจค้างชำระราว 120-200 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตามฝ่ายนักวิเคราะห์ระบุว่า อัตรากำไรของ SPRC ยังมีความท้าทายจากราคาน้ำมันดิบ ค่าการกลั่นที่ผันผวน และนโยบายภาครัฐ โดยเริ่มเห็นผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงต่อความต้องการใช้น้ำมันและสภาพคล่องของลูกค้า ซึ่งอาจทำให้ Product Spread ผันผวน

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ ทั้งกรณีการห้ามส่งออกน้ำมันต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้คลังน้ำมันเต็มจนโรงกลั่นต้องลดกำลังการผลิต รวมถึงความไม่แน่นอนหากภาครัฐมีมาตรการแทรกแซงค่าการกลั่นเพิ่มเติม ทั้งนี้ SPRC พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ทั้งนี้ ฝ่ายนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SPRC ให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 8.30 บาท พร้อมมองว่าบริษัทยังมีจุดเด่นด้านการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง โดยคาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ Dividend Yield อยู่ที่ราว 7%

แม้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 อาจยังเผชิญแรงกดดันจากค่าการกลั่นและ Product Spread ที่ผันผวน รวมถึงปัจจัยด้านนโยบายภาครัฐ แต่หากราคาหุ้นอ่อนตัวลงจากความกังวลดังกล่าว มองเป็นจังหวะทยอยสะสม เพื่อรับการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2571

ปัจจัยสนับสนุนระยะกลางถึงยาวมาจากกำลังการผลิตใหม่ของโรงกลั่นที่มีจำกัด ส่งผลให้ภาวะอุปทานโรงกลั่นมีแนวโน้มตึงตัว ขณะที่ SPRC จะได้รับประโยชน์จากการไม่มีแผนปิดซ่อมใหญ่เพิ่มเติม และประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นหลังการอัปเกรดโรงกลั่น ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้น้ำมันดิบเบาและเพิ่มสัดส่วนการผลิตน้ำมันเครื่องบินได้มากขึ้น

Back to top button