เช็ก “สินค้า” จ่อขึ้นราคาแตะ 10% รับต้นทุนพุ่งจาก “วิกฤตพลังงาน”

พาณิชย์ชี้ต้นทุนพลังงานดันเงินเฟ้อปี 2569 เร่งตัว สินค้าจำเป็นทยอยปรับราคา 0–10% ตามต้นทุนที่สูงขึ้น จับตาน้ำมันพืชเสี่ยงขึ้นแรงเกิน 10%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปี 2569 ใหม่ จากเดิมคาดขยายตัว 0.0–1.0% ค่ากลาง 0.5% เป็น 2 กรณี ตามสมมติฐานราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

โดยกรณีแรก คาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.5–2.5% ค่ากลาง 2.0% หากราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569 ก่อนทยอยปรับลดลง ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อในไตรมาส 2, 3 และ 4 ขยายตัว 3.67%, 2.24% และ 2.48% ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาสแรกติดลบ 0.54%

ส่วนกรณีที่สอง หากราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับดังกล่าวต่อเนื่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน–มิถุนายน 2569 จะทำให้เงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5–3.5% ค่ากลาง 3.0% โดยเงินเฟ้อในไตรมาส 2–4 จะขยายตัว 5.78%, 3.85% และ 4.15% ตามลำดับ และหากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับสูงเกินกว่า 3 เดือน เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่านี้

ทั้งนี้ สนค.ประเมินว่า ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้สินค้าหลายรายการที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤติพลังงาน โดยอ้างอิงจากช่วงปี 2565 ที่เกิดสงครามรัสเซีย–ยูเครน ซึ่งสินค้ากลุ่มดังกล่าวปรับขึ้นในช่วง 0–10% และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นในระดับใกล้เคียงกัน

สินค้าที่มีแนวโน้มปรับราคาขึ้น ได้แก่ กะทิสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส น้ำปลา น้ำดื่ม กาแฟและชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม รวมถึงน้ำอัดลม ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคในครัวเรือน เช่น ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน และถุงดำใส่ขยะ มีแนวโน้มปรับขึ้นตามต้นทุนเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ สินค้าส่วนบุคคล เช่น สบู่ แชมพู ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ใบมีดโกน กระดาษชำระ ผ้าอนามัย และผ้าอ้อมสำเร็จรูป อยู่ในกลุ่มที่คาดว่าจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันพืช ซึ่งมีแนวโน้มปรับขึ้นมากกว่า 10%

ขณะเดียวกัน มีสินค้าบางส่วนได้ปรับราคาขึ้นไปแล้วในช่วงเดือนมีนาคม 2569 และเริ่มส่งผลต่อเงินเฟ้อ ได้แก่ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ไข่เป็ด ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือคลองแสนแสบ ค่าส่งพัสดุไปรษณีย์ และเบียร์ รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นในช่วง 5–46% อาทิ เหล็กเส้น กระเบื้องปูพื้น สายไฟฟ้า เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง ท่อ PVC และยางมะตอย ซึ่งมีการปรับขึ้นสูงสุด 17–46%

นายนันทพงษ์ ระบุว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในไตรมาส 2 ปี 2569 จะกลับมาเป็นบวก โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่อยู่ที่ระดับ 50.54 บาทต่อลิตร รวมถึงราคาสินค้าอาหาร เช่น ผักสด เนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ที่ปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนและต้นทุนอาหารสัตว์

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อจากมาตรการภาครัฐในการลดภาระค่าครองชีพ เช่น โครงการไทยช่วยไทย และธงฟ้า แต่ในขณะนี้ยังไม่เห็นผลชัดเจน เนื่องจากเพิ่งเริ่มดำเนินการ

Back to top button