“ศุภจี” ชูไทยประตูสู่อาเซียน-เอเชีย ดัน FTA ไทย-EU หนุนการค้าโต 40%

“ศุภจี” ชูไทยเป็นประตูสู่อาเซียนและเอเชีย เร่งผลักดัน FTA ไทย-EU หวังหนุนการค้าไทย-ยุโรปโต 40% พร้อมดึงทุนฝรั่งเศสใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจมูลค่าสูง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 10.00 น. วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถ้อยแถลงระหว่างการหารือกับสมาคมนายจ้างฝรั่งเศส (MEDEF International) ในรูปแบบ Breakfast Roundtable โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน

นางศุภจี กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นวาระสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ และครบรอบ 340 ปีของการติดต่อครั้งแรกระหว่างไทยและฝรั่งเศส สะท้อนมิตรภาพอันยาวนานและความร่วมมือที่พัฒนาต่อเนื่องในหลายมิติ

ทั้งนี้ ไทยและฝรั่งเศสมีมูลค่าการค้าระหว่างกันมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี อย่างไรก็ตาม ไทยมองว่ายังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือได้อีกมาก โดยเฉพาะความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ปัจจุบันมีบริษัทฝรั่งเศสมากกว่า 290 แห่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สร้างการจ้างงานคุณภาพสูงกว่า 45,000 ตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจฝรั่งเศสต่อศักยภาพของไทย

นางศุภจี ระบุว่า จากมุมมองด้านพาณิชย์ ไทยยึดหลักสำคัญ 3 ประการในการสร้างความร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ ผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit) มาตรฐานและคุณภาพระดับสูง และการเป็นพันธมิตรที่เปิดกว้างและสมดุลกับทุกฝ่าย

“ไทยให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน เพราะนั่นคือพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นางศุภจี กล่าว

ในด้านมาตรฐานสากล ไทยยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับกฎระเบียบ ความโปร่งใส และมาตรฐานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระดับสากล รวมถึงการเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยในการสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีมาตรฐานสูง เปิดกว้าง และเอื้อต่อการลงทุนระยะยาว

สำหรับการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (FTA ไทย-EU) นางศุภจี กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งและมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการเจรจาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังจากเริ่มกระบวนการเจรจามาประมาณ 2 ปี และผ่านการหารือแล้ว 8 รอบ โดยรอบที่ 9 มีกำหนดจัดขึ้นช่วงปลายเดือนมิถุนายน ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

ไทยตั้งเป้าสรุปการเจรจาในประเด็นคงค้างให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากคาดว่าความตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตทางการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยประเมินว่า จะช่วยเพิ่มโอกาสการขยายตัวทางการค้าได้อย่างน้อย 40%

นางศุภจี ยังเน้นย้ำถึงจุดแข็งของไทยในฐานะ “ประตูสู่อาเซียนและเอเชีย” (Gateway to ASEAN and Asia) โดยไทยมีข้อได้เปรียบด้านภูมิรัฐศาสตร์และที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ อยู่ใจกลางเอเชียและเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ และตะวันออก-ตะวันตกของภูมิภาค จึงเป็นทำเลที่มีศักยภาพสำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียน

นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการปรับตัวต่อภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก รูปแบบการค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น และความสำคัญของความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจควบคู่กับประสิทธิภาพ ไทยจึงมุ่งยกระดับบทบาทในห่วงโซ่มูลค่าโลกและภูมิภาค ไม่เพียงในฐานะผู้ส่งออกสินค้า แต่รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิต ระบบนิเวศนวัตกรรม ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานที่มีความน่าเชื่อถือ

ควบคู่กันนี้ รัฐบาลไทยยังเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การยกระดับทักษะแรงงาน การสนับสนุนผู้ประกอบการและ SME ผ่านการพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill) และการปรับทักษะ (Reskill) เพื่อรองรับการลงทุนและสร้างความพร้อมต่อเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

“ไทยมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับฝรั่งเศส บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน ความไว้วางใจ มาตรฐานระดับสูง และการเป็นพันธมิตรที่เปิดกว้างกับทุกฝ่าย” นางศุภจี กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“ศุภจี” ผนึกทีมไทยแลนด์ เร่งดัน FTA ไทย-EU ก่อนเจรจารอบใหม่ มิ.ย.นี้

Back to top button