
ไทย–มาเลเซีย ยกระดับชายแดน ดันเป้าการค้า 3 หมื่นล้านเหรียญ คลี่ปม “กุ้ง” ลงตัว
ไทย–มาเลเซีย เร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เดินหน้าเรือเฟอร์รี่-ระบบรถไฟเชื่อมกัน ดันการค้าแตะ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมคลี่ปมสินค้าเกษตร-อาหารทะเล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 ก.ค.69) เวลา 13.10 น. ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ณ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือเต็มคณะกับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ สร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง เพื่อสร้างประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนทั้งสองประเทศ
ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้ คือการเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยและมาเลเซีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน
โดยในวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย จะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดระหว่างไทยและมาเลเซีย
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญ ได้แก่ การกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟ เส้นทางกรุงเทพฯ–หาดใหญ่–บัตเตอร์เวิร์ธให้ใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อยกระดับการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ในภูมิภาค
ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยและมาเลเซียจะร่วมส่งเสริมการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง
ด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นตรงกันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและการสร้างสันติภาพต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน พร้อมเพิ่มความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมบริเวณชายแดน รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานร่วมดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่างสองประเทศ
สำหรับด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอนาคตอันใกล้ พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศหารือแนวทาง เปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงโดยเร็ว รวมถึงร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการเกษตร ครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และความมั่นคงทางอาหาร
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปี 2570 จะครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–มาเลเซีย จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนผลการหารือครั้งนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงผลักดัน MOU ระหว่างหน่วยงานของไทยและมาเลเซียให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
ด้านนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ชื่นชมบทบาทของไทยต่อประเด็นเมียนมา โดยทั้งสองประเทศเห็นว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ ขณะที่ไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านเมียนมาได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นกุ้งและปลากะพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศสามารถหาทางออกร่วมกันได้แล้ว และจะเร่งผลักดันการดำเนินการเพื่อคลี่คลายปัญหาของเกษตรกรโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศระหว่างการเยือนมาเลเซียเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยนายอันวาร์ เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยช่วงหนึ่งของงานผู้นำทั้งสองประเทศร่วมร้องเพลง “My Way” ของแฟรงก์ ซินาตรา (Frank Sinatra)
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“อนุทิน” นำทีมรัฐมนตรีถึงมาเลเซีย “อันวาร์” ต้อนรับ ถกการค้า-ลงทุน ดันชายแดน
“สมาคมกุ้งไทย” วอนรัฐเร่งคุยมาเลย์ หลังส่งออกสะดุดวันละ 100 ตัน ราคาทรุด 40-50 บ.
“นายก” สั่ง “พาณิชย์–เกษตร” เร่งเจรจามาเลเซีย ปมระงับนำเข้ากุ้งไทย

