CENTEL เด้ง 4% รับกำไร Q1 โต 186% ทะลุ 2.1 พันลบ. โบรกเชียร์ซื้อ เป้า 42 บาท

CENTEL เด้ง 4% ขานรับกำไรไตรมาส 1/69 โต 186% แตะ 2.14 พันล้านบาท ได้อานิสงส์โรงแรมมัลดีฟส์ฟื้นตัวแกร่ง พ่วงกำไรพิเศษขายสินทรัพย์โอซาก้ากว่า 1.7 พันล้าน ด้านโบรกเชียร์ "ซื้อ" เคาะเป้า 42 บาท มั่นใจรายได้ปีนี้โตตามนัดจากการขยายสาขาและเปิดโรงแรมใหม่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 พ.ค. 69) ราคาหุ้น  บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ณ เวลา 10:18 น. อยู่ที่ระดับ 31.75 บาท บวก 1.25 บาท หรือ 4.10% สูงสุดที่ระดับ 32.00 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 31.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 115.16 ล้านบาท

บล.ฟิลลิป ระบุว่า บริษัทรายงานกำไรหลักไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 1,077 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 37.4% จากไตรมาสก่อน, เพิ่มขึ้น 34.6%  เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน สูงกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ จากประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 186% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 32% โดยได้รับแรงหนุนจากรายการพิเศษสุทธิรวม 1,066 ล้านบาท

ประกอบด้วย 1) ส่วนแบ่งกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ของบริษัทร่วมทุน (Centara Osaka Tokutei Mokutei Kaisha) จำนวน 1,707 ล้านบาท 2) การบันทึกด้อยค่าเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า จำนวน 620 ล้านบาท และ 3) ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลต่างประเทศ จำนวน 21 ล้านบาท

สำหรับรายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6,716 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.4% จากไตรมาสก่อน, และเพิ่มขึ้น 4.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยมาจากสองธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหาร ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 52:48 เทียบกับ 51:49 ในไตรมาส 1/2568 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ที่สร้างผลงานโดดเด่นและช่วยหนุน RevPAR โดยรวมให้ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ธุรกิจอาหารยังเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และคิดเป็น 48% ของรายได้รวม

บริษัทตั้งเป้าผลการดำเนินงานปี 2569 เติบโต โดยตั้งเป้ารายได้รวมที่ 14,500-14,800 ล้านบาท (รวมโรงแรมร่วมทุน) หรือเติบโต 5-7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจโรงแรมผ่านปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) โรงแรมที่กลับมาเปิดให้บริการหลังการปรับปรุง 2) การเปิดให้บริการโรงแรมในโอซาก้าในช่วงเดือนเมษายน 2569 และ 3) การฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2568

สำหรับธุรกิจอาหาร บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมที่ 18,500-18,700 ล้านบาท (รวมกิจการร่วมค้า) พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่ม 75-85 สาขา โดยมุ่งเน้นแบรนด์ที่มีอัตรากำไรสูงเป็นหลัก

ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้มูลค่าพื้นฐานที่ 42.00 บาท จากผลการดำเนินงานที่ออกมาดีกว่าคาด โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์ รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ธุรกิจอาหารยังเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อภายในประเทศ ส่งผลให้เรายังคงมุมมองเชิงบวกอย่างระมัดระวังต่อแนวโน้มผลการดำเนินงาน

Back to top button