VNT ถอนเพื่อเข้าใหม่.?


สำนักข่าวรัชดา

เซอร์ไพรส์ไม่น้อยทีเดียว…!! อยู่ ๆ ก็เกิดปรากฏการณ์ตั้งโต๊ะหุ้นบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) หรือ VNT โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ในราคาที่สูงกว่ากระดานที่ 39 บาท เทียบกับราคาปิดเมื่อวันที่ 18 มี.. 2564 ที่ 36.75 บาท

โดยผู้ที่ประกาศทำเทนเดอร์ฯ หุ้น VNT ครั้งนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ที่ 24.98% ของ VNT นั่นเองโดยเป็นการซื้อหุ้นจากรายย่อยสัดส่วน 16.24% ใช้เงินราว 7.5 พันล้านบาท จุดประสงค์เพื่อเพิกถอนหุ้น VNT ออกจากตลาด

แต่การทำเทนเดอร์ฯ ครั้งนี้ มีปมน่าขบคิด กรณีที่ AGC Inc. ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ที่ 58.78% แสดงเจตนาชัดจะไม่ขายหุ้นที่ตัวเองถือออกมา

จุดที่น่าสนใจ การออกจากตลาดของ VNT ครั้งนี้ เป็นการออกไปแต่งเนื้อแต่งตัว เพื่อกลับเข้ามาใหม่แต่ใหญ่กว่าเดิมหรือเปล่า..? อันนี้น่าคิด

เนื่องจากระบุชัดว่า หลังจากนำ VNT ออกจากตลาดฯ แล้ว มีแผนที่จะให้ VNT ควบรวมกับบริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด (AGC-TH) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ AGC Inc. กลายเป็นบริษัทใหม่..!!

แต่ก่อนที่ AGC-TH จะมาควบรวมกับ VNT นั้น จะมีการโอนธุรกิจของ AGC Inc. ในประเทศเวียดนาม นั่นคือ หุ้นจำนวน 78.112% ใน AGC Chemicals Vietnam Co., Ltd. ให้กับ AGC-TH

นั่นเท่ากับว่า บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมของ VNT กับ AGC-TH ก็จะมีทรัพย์สินมากขึ้นมูลค่าก็จะมากขึ้นตามไปด้วย..!!

ขณะที่จุดเด่นของ VNT เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบพลาสติกที่เกี่ยวกับพีวีซี และโซดาไฟ โดยมีฐานผลิตของแม่ PTTGC แข็งแกร่งอยู่แล้ว ฟาก AGC Inc. เป็นบริษัทด้านนวัตกรรมของญี่ปุ่น สินค้าที่ผลิต เช่น กระจกสำหรับงานสถาปัตยกรรมและอุตสาหกรรมยานยนต์ จอแสดงผล เคมีภัณฑ์ เซรามิกส์ งานโซลูชั่นส์ด้านวิศวกรรม และวัสดุอื่น ๆ

ก็เป็นการสอดประสานกัน….มีวัตถุดิบของ VNT และมีนวัตกรรมของ AGC Inc. อีกทั้งยังมีสินทรัพย์ที่เวียดนามเข้ามาเติม

ทำให้ VNT จากเดิมคนรู้จักแค่ท่อพีวีซีและโซดาไฟ ภาพก็จะเปลี่ยนไปเป็นผู้ดำเนินธุรกิจ PVC และ Chlor-Alkali แบบครบวงจรในไทยและเวียดนาม มีโปรดักส์ที่หลากหลายมากขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสในแง่รายได้และกำไรก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ VNT นั่นเอง

หลังจากนั้น ก็อาจกลับเข้าสู่ตลาดฯ อีกครั้ง อาจเป็นชื่อเดิม หรือชื่อใหม่ เป็นไปได้ทั้งนั้น

ถ้านึกภาพไม่ออกให้นึกถึงกรณี บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVLซึ่งก่อนที่จะมาเป็น IVL ในปัจจุบัน เดิมเคยชื่อ บริษัท อินโดรามา โพลิเมอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IRP แล้วกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ “อาลก โลเฮีย” ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกัน ก็ถอนหุ้น IRP ออกจากตลาดฯ จากนั้นมีการปรับโครงสร้าง แล้วเข้าตลาดฯ มาใหม่ แต่ใหญ่กว่าเดิม เป็น IVL ในปัจจุบัน

เดิมตัวตนของ IRP ทำแค่ผลิตภัณฑ์ PET เมื่อกลับมาในนาม IVL ก็มีความหลากหลายมากขึ้น

เรียกว่าจากเล็กกลับมาใหม่แต่ใหญ่ขึ้น..!!

พอมีความเพียบพร้อม ก็ทำยุทธศาสตร์เชิงรุกเข้าซื้อกิจการทั่วโลก เกิดปรากฏการณ์ซื้อแหลก 12 เดือน 12 ดีล เมื่อหลายปีก่อน

ไม่แน่ภาพนั้นอาจเกิดขึ้นกับ VNT ก็ได้ใครจะไปรู้

อิ อิ อิ

Back to top button