ดันหุ้นรอบสุดท้าย

หากอ้างอิงจากเหตุการณ์ในอดีตจะเห็นว่า วันนี้กับวันพรุ่งนี้น่าจะเป็นวันดันหุ้นรอบสุดท้ายของตลาดหุ้นไทย หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ “คริสต์มาสแรลลี่”


หากอ้างอิงจากเหตุการณ์ในอดีตจะเห็นว่า วันนี้กับวันพรุ่งนี้น่าจะเป็นวันดันหุ้นรอบสุดท้ายของตลาดหุ้นไทย หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ “คริสต์มาสแรลลี่” ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นักลงทุนสถาบันไล่ซื้อหุ้นกันแบบดุดัน ขณะที่นักลงทุนรายย่อยก็ใช้จังหวะนี้ขายหุ้นทำกำไรระยะสั้น และทำให้นักเล่นแฮปปี้ก่อนหยุดยาวกันเป็นแถว แต่ปัญหาที่น่าคิดก็คือ ปีนี้จะเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า?

เนื่องจากองค์ประกอบหลายอย่างไม่เหมือนกับการลงทุนในอดีต แถมปรากฏการณ์ดังกล่าวก็ “มีบ้าง” และ “ไม่มีบ้าง” อีฉันเลยขอคอมเมนต์แทนแฟนคลับว่า หากการเล่นเที่ยวนี้ไม่เป็นเหมือนแผนที่วางไว้ ก็ไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจไปเลยดีกว่า เพราะอีกสองสามวันที่เหลือของปี 68 ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าวันนี้…ถ้าอยากซื้อจริง ๆ ก็เน้นไปที่หุ้นปันผลเลยดีกว่า เพราะผลตอบแทนขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5-9% กันแล้วนะนายจ๋า!

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องออกตัวแรงแบบนั้น ล้วนมาจากสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยที่แสดงให้เห็นว่า DELTA ยังมีอิทธิพลต่อการขยับตัวของดัชนี ขณะที่หุ้นตัวอื่น ๆ กลับขึ้นแบบแทงกั๊กกันเป็นแถว วานนี้จึงเห็นดัชนียืนปิดได้แค่ระดับ 1,271.11 จุด บวกไป 1.43 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.14 หมื่นล้านบาท ซึ่งเหมือนเป็นภาพบรรยายการลงทุนในตลาดหุ้นไทย..มันได้แค่นี้จริง ๆ เจ้าค่ะ

ขนาดพี่เบิ้มอันเป็นที่รักของอีฉันอย่าง PTT ยังทำได้แค่เพียงยืนปิดที่ระดับ 31.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.77 พันล้านบาท ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ก็ใช้เวลาในการย่ำฐานบริเวณ 30.50 บาทเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ๆ ต่อจากนั้นก็พุ่งขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 32 บาทอย่างรวดเร็ว ก่อนจะย่อตัวลงมาบริเวณ 31 บาทประมาณสัปดาห์กว่า ๆ..แล้วใครจะเชื่อว่า หุ้นตัวนี้จะไปต่อยาว ๆ จ้ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น WHA เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 3.30 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 257 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 9 เท่า ก็เป็นระดับที่ต่ำเกินไปสำหรับหุ้นที่ปีนี้กำไรโตดีเหลือเกิน แถมวันนี้ก็เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางว่า นี่เป็นอีกหนึ่งนิคมที่ได้รับผลดีจากดาต้าเซ็นเตอร์แบบจัดเต็ม ราคาหุ้นก็ควรกลับขึ้นไปยืนแถว 4 บาทเสียทีนะคะ

สำหรับรายที่หลายคนเชื่อว่า ในอนาคตน่าจะฟื้นตัวแบบมีนัยสำคัญอย่าง BCPG ก็เป็นช็อตที่น่าตามไปดูอีกเช่นกัน เพราะสิ่งที่ทุกคนรับรู้คือ ปี 69 คาดกันว่าจะโต 69% จากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่ได้ประโยชน์จากดาต้าเซ็นเตอร์ และรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าลมในลาวเต็มปี อีฉันเลยอยากถามนักเล่นว่า การยืนปิดที่ระดับ 7.10 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 4.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 62 ล้านบาท น่าสนใจไหมเอ่ย?

ส่วนรายที่มีลุ้นขึ้นมาหน่อยอย่าง CPALL ก็เป็นหุ้นที่อีฉันเชื่อว่า มีโอกาสไปต่อสูงจริง ๆ เพราะดูจากแรงซื้อที่เข้ามาต่อเนื่อง 2 วันติด และวานนี้ขยับขึ้นมาปิดที่ระดับ 45.25 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 817 ล้านบาท พ่วงด้วยสตอรี่ไตรมาส 4 เป็นช่วงโกยเงินของบริษัท พ่วงด้วยการเทรดบน PE 14 เท่า ล้วนเป็นตัวแปรที่ทำให้หลายคนเชื่อว่า ควรตามน้ำนะออเจ้า

สำหรับหุ้นที่น่าจะขึ้นแรงมาตั้งนานแล้วอย่าง ITEL ก็เป็นหุ้นที่อีฉันชื่นชอบเป็นทุนเดิมอยู่ จึงไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เมื่อเห็นหุ้นขึ้นมาปิดที่ระดับ 1.40 บาท บวกไป 0.23 บาท หรือขึ้นไป 19.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32 ล้านบาท เพราะเมื่อดูจากพาร์ตเนอร์ใหม่ที่มีสัญชาติสิงคโปร์ และยังมีเรื่องประมูลเน็ตชายขอบ หรือเรียกกันว่ายูโซ3 ก็ทำให้เชื่อได้ว่า รายได้ของบริษัทมีโอกาสโตกระโดดก็เท่านั้นเองค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button