
วันขายหุ้น
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้นก็จริง แต่ก็เป็นจังหวะขายทำกำไรเหมือนกัน เพราะตลาดหุ้นไทยได้เข้าสู่เขตซื้อมากเกินไปอย่างเต็มตัว
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้นก็จริง แต่ก็เป็นจังหวะขายทำกำไรเหมือนกัน เพราะตลาดหุ้นไทยได้เข้าสู่เขตซื้อมากเกินไปอย่างเต็มตัว ส่งผลให้โอกาสที่จะไปต่ออย่างร้อนแรงเริ่มตื้อ ๆ ตัน ๆ และหนทางเดียวที่จะทำให้ดัชนีขึ้นไปถึงระดับ 1,500 จุดก็คือ ต้องการผ่านกระบวนการเขย่าหุ้นแรง ๆ เพื่อทำให้ฐานใหม่แน่นขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นภาพที่นักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ รับรู้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ
ปัญหามีอยู่ว่า นักลงทุนบางกลุ่มกลัวขายหมู จึงเลือกใช้วิธีถือหุ้นต่อไปอีกนิดหนึ่ง เพราะหุ้นยังขึ้นไม่ถึงราคาที่อยากขายแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องปกติที่เห็นกันมาแล้วหลายรอบ เพียงแต่รอบนี้มีต่างชาติเข้ามาซื้อหุ้นแจมด้วย จึงส่งผลให้การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,441.53 จุด บวกไป 29.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.84 หมื่นล้านบาท กลายเป็นตัวเร่งความเชื่อที่ว่า หุ้นจะไปต่อยาว ๆ นะซี
ที่น่าสนใจคือ ราคาหุ้นวันนี้ยังห่างจากราคาเป้าหมายอย่างต่ำ ๆ 10% เลยกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้นักลงทุนสถาบันกล้าลุยหุ้น ผนวกกับช่วงนี้ไม่มีปัจจัยลบเข้ามากระทบถี่ ๆ เหมือนเมื่อก่อน “โมนิก้า” เลยทำได้แค่บอกเล่าความเป็นไปที่เกิดขึ้น เพื่อนักลงทุนจะได้เอาข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการตัดสินใจ เพราะอีฉันถือว่า ช่วงฮันนีมูนของตลาดหุ้นไทยกำลังจะผ่านไปแล้วพะยะค่ะ
เหมือนกับในรายของปูนใหญ่ SCC ที่แทบจะไม่มีอัพไซด์ให้หุ้นไปต่อแรง ๆ “โมนิก้า” ก็ต้องออกมาพูดเพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพไปพร้อมกัน ส่วนนักเล่นจะ “ขาย” หรือ “ไม่ขาย” ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปพิจารณากันเอาเอง เพราะสตอรี่ตอนนี้พุ่งเป้าไปที่งบไตรมาส 1 ปี 69 จะออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ขนาดไหน? ซึ่งจะเป็นตัวแปรที่บอกให้นักเล่นรู้ว่า การยืนปิดที่ระดับ 221 บาท เหมาะที่จะเล่นอะป่าว?
เช่นเดียวกับในรายของ TISCO ที่วันนี้แปรเปลี่ยนไปเป็นหุ้นปันผลอย่างเต็มตัว จึงควรจะเลิกหวังที่จะได้เห็นราคาหุ้นพุ่งทะยานแรง ๆ และที่สำคัญคือการเติบโตของกำไรยังขึ้นกับเศรษฐกิจในประเทศเติบโตดีกว่าเดิมจริงไหม? รวมทั้งตัวเลขกำไรในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับ 8-9 พันล้าน อีฉันเลยมองว่า ใครคิดจะซื้อหุ้นเพื่อรับปันผล..ก็ต้องตัวนี้ แต่ถ้าซื้อเพื่อเก็งกำไร คงยากสักหน่อยเจ้าค่ะ
ประเด็นข้างต้นคล้ายกับสถานการณ์ของหุ้น AOT ที่พุ่งทะยานอย่างร้อนแรง แต่สุดท้ายเริ่มโรยตัวลงมา ก็มาจากราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาเยอะ จนเหลือแก๊ปที่จะให้เล่นต่อน้อยมาก “โมนิก้า” ถึงมองราคาเป้าหมายที่ระดับ 63 บาทเป็นเกมวัดใจนักเล่นกลุ่มสถาบันของจริง เพราะการยืนปิดที่ระดับ 57 บาท มีโอกาสที่หุ้นจะขึ้นต่อได้ แต่จะไปถึงไฮเดิมที่ทำไว้บริเวณ 59 บาท ต่อจากนั้นวิ่งไปหาราคาเป้าได้หรือเปล่า?..ตอบยากค่ะ
คล้ายกับสถานการณ์ของหุ้นโรงไฟฟ้า RATCH ที่วันนี้ยืนปิดที่ระดับ 31.50 บาท ซึ่งเป็นการเทรดบน PE 11 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ระดับ 5% รวมทั้งมีบุ๊กแวลูอยู่ที่ระดับ 43 บาทแบบนี้ ราคาหุ้นก็ควรวิ่งต่อยาว ๆ ใช่ไหมเอ่ย! แต่เผอิญโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายแค่ระดับ 33 บาท “โมนิก้า” เลยไม่แน่ใจว่า นักลงทุนสถาบันจะลุยซื้อต่อไหม?..ใครรู้ช่วยตอบทีจ้ะ
ส่วนรายที่ลุ้นให้ขึ้นอย่างมั่นคง แต่กลับขึ้นช้าเหลือเกินอย่างหุ้น BTG กลายเป็นช็อตที่ทำให้คนที่ติดหุ้นรู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน เพราะหุ้นเพิ่งขึ้นมายืนอยู่แค่ระดับ 17.90 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 2.87% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 92 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันที่หุ้นตัวอื่นขึ้นกันโครม ๆ หุ้นตัวนี้เพิ่งขึ้นมาได้ 4% “โมนิก้า” ถึงไม่อยากคาดหวังอะไรกับหุ้นตัวนี้สักเท่าไหร่เจ้าค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน