สังคมข่าวหุ้น

ตลาดหุ้นไทยหลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปิดบวก 4 วันติดต่อกัน รวมกว่า 87.52 จุด มูลค่าการซื้อขายรวมเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท


ตลาดหุ้นไทยหลังวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปิดบวก 4 วันติดต่อกัน รวมกว่า 87.52 จุด มูลค่าการซื้อขายรวมเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ หรือ “ฟันด์โฟลว์” ที่โหมกระหน่ำถาโถมช้อปปิ้งหุ้นไทยสนุกสนาน โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้นในกลุ่ม SET50เป็นหลัก นำโดย PTT PTTEP กลุ่มธนาคาร KBANK BBL KTB SCB กลุ่มไฟฟ้านำโดย กัลฟ์ GULF แล้วต่อด้วย BGRIM ส่วนสื่อสารยังคงเน้นที่ ADVANC รวมถึงหุ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ที่เมื่อวันที่ 9 ก.พ. พาขึ้นมาแบบม้เดียว 5.25 บาท

เช่นเดียวกับหุ้นแถวสอง เราเริ่มเห็นการขยับมา 2-3 วันแล้ว เช่น WHA AMATA PR9 BDMS OR PTG และต่อไป ให้จับตามองหุ้นไซส์กลางและเล็กที่มีพื้นฐานดี ราคาขึ้นช้ากว่าตลาด มีกระแสเงินสดที่ดี และที่สำคัคือ ธุรกิจยังมีอัตราการเติบโตต่อไปได้ดี น่าจะค่อย ๆ ถูกข้ามาไล่เก็บ ส่วนบรรดาบิ๊กแคปที่ถูกเข้ามาซื้อก่อนหน้านี้ อาจจะมีสลับเพื่อขายทำกำไรออกมาบ้าง หากจะเข้ารับ ก็ต้องดูแนรับให้แม่น ๆ ใจเย็น ๆ ไม่อย่างนั้นติดดอยแน่

แนวต้านดัชนีในรอบถัดไป นักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์หลายแห่งมองไว้ค่อนข้างจะตรงกั คือ 1,450 จุด ส่วนแนวรับ หากดัชนีย่อต่อหรือพักฐานลงมาจะอยู่ที่ 1,4001,385 จุด นั่นคือระดับที่น่าจะเข้าซื้อได้ แต่ไม่ควรเข้าไปไล่ตามหุ้นขนาดใหญ่ที่ขึ้นมาค่อนข้างสูงแล้ว หรือคันไม้คันมือ อยากจะเข้า อยากจะตาม ก็ต้องเล่นแบบเทรดดิ้ง เก็งกำไรช่วงสั้น หรือเข้าหุ้นที่มีปันผลสูง เพื่อเป็นเบาะรองรับเวลาเข้าไปแล้วติดดอย

3BBIF วันนี้ (13 ก.พ.) ขึ้นเครื่องหมาย XD เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส 4/2568 จำนวน 0.224123 บาทต่อหน่วยลงทุน หากเห็นราคาย่อลงมาเยอะ ก็ไม่ตตกใจ และมีความเป็นไปได้ที่อาจจะย่อลงมามากกว่าเงินปันผล เพราะวันที่ประกาศจ่ายเงินปันผล ราคาอยู่ที่ 6.40 บาท และผ่านมาจนถึงวานนี้ (12 ก.พ.) ราาถูกไล่ขึ้นมาที่ 6.75 บาท หรือบวกขึ้นมาถึง 0.35 บาท มากกว่าเงินจ่ายปันผลซะอีก แนวรับแรก 6.55 บาท แนวรับสองคือ 6.45-6.40 บาทนั่นแหล ส่วน DIF ขึ้นเครื่องหมาย XD วันนี้เช่นกัน เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส 4/2568 จำนวน 0.2222 บาทต่อหน่วยลงทุน ราคาแนวรับ 9.40 บาท

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยอีก 10,518 ล้านบาท ส่งผลให้นับจากต้นปี 2568 เปนต้นมา ต่างชาติซื้อหุ้นไทยแล้วกว่า 47,803 ล้านบาท และเท่าที่สอบถามจากนักวิเคราะห์ที่เกาะติฟันด์โฟลว์ ต่างยังเชื่อมั่นว่า ต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยต่อไป อาจจะมีสลับขายทำกำไรออกมาบ้าง ส่วนนักลงทุนสถาบันของไทย วานนี้ซื้อน่ารักมาก ๆ 43 ล้านบาท จุ๋มจิ๋มจริง ๆ แต่ก็พอเข้าใจได้ว่า การขายของนักลงทุนสถาบันไทย หรือกองทุนต่าง ๆ นั้น มาจากการขาตามคำสั่งผู้ถือหน่วยลงทุน และหากนับจากต้นปี 2569 กองทุนขายหุ้นไทยออกมาแล้ว 31,079 ล้านบาท

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย แสดงความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางการเมือง และการเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่องจนครบวาระ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจัง โดยได้นำเสนอชุดนโยบายสำคัญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในระยะเร่งด่วน ภายใต้แนวคิด “ช้อปคุ้ม-เที่ยวปัง-ลงทุนท้องถิ่น-SMEs แข็งแรง-แรงงานมีทักษะ-แข่งขันอย่างเท่าเทียม” เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และผลักดันประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

แอสเซทไวส์ จัดงานวิ่งการกุศล “AssetWise BEAUTY RUN 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี แต่มีข้อเสนอแนะเพื่อยกระดับงานให้มี “มาตรฐาน” มากยิ่งขึ้น เช่น รางวัล 50 คนแรกที่เข้าเส้นชัยควรแบ่งเป็นนักวิ่งชาย นักวิ่งหญิง ไม่ควรนำมารวมกัน เพราะล่าสุด 50 รางวัลดังกล่าว เป็นผู้ชายมากกว่า 40 คน ส่วนผู้หญิงไม่ถึง 10 คน ทำให้มีนักวิ่งหญิงบ่น ๆ กันบ้าง, ช่วงนักวิ่งชาย-หญิง อันดับ 1-3 ที่กำลังเข้าเส้นชัย พิธีกรควรให้ความสำคัญ ณ ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ใช่มากล่าวไล่หลัง หลังจากนักวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว เช่น “เหลืออีก 100-200 เมตร เรามร่วมต้อนรับนักวิ่ง ชื่อ….อะไรก็ว่าไป เพื่อให้เกียรติกับนักวิ่งที่ติดอันดับ และสุดท้ายจะต้องมีเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลอยู่หน้าเส้น เพราะล่าสุด มีนักวิ่งร่วงหลังเข้าเส้นฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลามากเกินไปกว่าจะเข้าถึง ณ จุดนั้น

คาเฟอีน

Back to top button