
BCP ยึดหัวหาดฮ่องกง
หลังจาก BCP ขยับครั้งใหญ่เมื่อ 3 ปีก่อน ในการไปเทกโอเวอร์ ESSO จาก ExxonMobil ด้วยมูลค่า 22,605.92 ล้านบาท...
หลังจากบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ขยับครั้งใหญ่เมื่อ 3 ปีก่อน ในการไปเทกโอเวอร์บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO จาก ExxonMobil ด้วยมูลค่า 22,605.92 ล้านบาท…ซึ่งชัดเจนว่าได้ทั้งกลางน้ำ (โรงกลั่นที่มีกำลังการผลิตสูงสุด 174,000 บาร์เรลต่อวัน) และปลายน้ำ (ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีน้ำมัน ภายใต้แบรนด์เอสโซ่ ประมาณ 820 แห่งทั่วประเทศ)
ล่าสุดขยับใหญ่อีกแล้วครับท่านนน…รอบนี้เป็นการขยับไปเทกโอเวอร์กิจการที่ฮ่องกง นั่นคือ Chevron Hong Kong Limited (CHK) จาก Chevron Companies (Greater China) Limited โดยจะซื้อหุ้นสัดส่วน 100% คิดเป็นมูลค่าเบื้องต้น 270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 8,370 ล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31 บาท)
โดยรูปแบบการทำธุรกรรม BCP จะจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่ชื่อ Bangchak Hong Kong Holding Limited (BHK Holding) ที่ฮ่องกง แล้วจากนั้นก็ให้ BHK Holding เข้าซื้อกิจการ CHK ซึ่งคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2569 นี้ หลังจากนั้นก็จะเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนาม CHK เป็น Bangchak Hong Kong Limited (BHK)
ถ้าไปดูโปรไฟล์ของ CHK ก็น่าสนใจ…เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ 3 ขาหลัก ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีน้ำมัน ภายใต้แบรนด์ Caltex 31 แห่ง ธุรกิจน้ำมันภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทร พร้อมคลังน้ำมัน และท่าเทียบเรือระดับมาตรฐานสากล โดย ณ สิ้นปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 3,007.56 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง มีหนี้สิน 1,293.76 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และส่วนของผู้ถือหุ้น 1,723.79 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
ส่วนผลการดำเนินงานในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เติบโตทั้งรายได้และกำไร โดยปี 2566 มีรายได้ 10,290.79 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง มีกำไรจากการดำเนินงาน 274.93 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และมีกำไรสุทธิ 216.91 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ส่วนปี 2567 มีรายได้ 10,579.76 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง มีกำไรจากการดำเนินงาน 340.62 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และมีกำไรสุทธิ 263.30 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง
ที่สำคัญฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษที่มีค่าการตลาดน้ำมันสูงกว่าประเทศไทยนะจิบอกให้…แถมนโยบายภาครัฐยังส่งเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้วยนะ
ไม่เท่านั้น ฮ่องกงยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และการเดินเรือระดับโลก อีกทั้งเป็นตลาดที่บางจากสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรได้ด้วย
นั่นเท่ากับว่า BCP จะมีช่องทางระบายของ (ขายน้ำมัน) ไปที่ฮ่องกงนะสิ…
แล้วที่น่าสนใจมากไปกว่านั้น รอบนี้เป็นการขยับไปตลาดต่างประเทศ ก็ถือเป็นความท้าทายของบางจาก เพราะที่ผ่านมาไม่เห็นบางจากมีความเกี่ยวพันกับตลาดฮ่องกงเลยนะ…
ก็ถือเป็นภาพการขยับใหญ่ (อีกครั้ง) ของ BCP..!!
ซึ่งถ้ามองภาพธุรกิจ BCP ก็จะมีความครบเครื่อง…มีทั้งต้นน้ำ (ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติของ OKEA) กลางน้ำ (ธุรกิจโรงกลั่น) และปลายน้ำ (ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันผ่านสถานีน้ำมัน ภายใต้แบรนด์บางจาก)
ขณะที่มุมมองของนักวิเคราะห์ อย่าง บล.ทรีนีตี้ มองบวกต่อดีลนี้ เพราะเป็นการต่อยอด Value Chain จากโรงกลั่น/การตลาดในไทย สู่ศูนย์กลางการค้าระดับภูมิภาคอย่างฮ่องกง ทำให้บริษัทได้ฐานลูกค้าเชิงพาณิชย์ และช่องทาง marine fuel ซึ่งมีความน่าสนใจด้านมาร์จิ้นและการเติบโต อีกทั้งฮ่องกงมีความเป็น Trading Hub
ก็น่าจับตา การได้ CHK เข้ามาอยู่ในพอร์ตจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับ BCP มากน้อยแค่ไหน..??
อ้อ…แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องเงินที่จะใช้ซื้อ CHK นะ เพราะ BCP ระบุชัดจะใช้วงเงินสินเชื่อจากแบงก์ หรืออาจพิจารณาใช้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่มีอยู่บางส่วน โดย ณ สิ้นปี 2568 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 28,555 ล้านบาท
แหม๊…นอกจากจะโชว์งบสวย โดยปี 2568 รายงานกำไรสุทธิ 2,879.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,184.08 ล้านบาทแล้ว ยังมีสตอรี่เชิงบวกที่จะมาหนุนการเติบโตอีกนะเนี่ย…
แต่ที่น่าแปลก ทำไมเชฟรอนถึงขายธุรกิจนี้ในฮ่องกงเสียล่ะ..?? เพราะถ้าของดีจริง ก็ควรเก็บไว้ไม่ใช่เหรอ..??
ที่แน่ ๆ คงได้เห็นปั๊มบางจาก..ปั๊มของคนไทย เปิดให้บริการในฮ่องกง…เพราะคงต้องเปลี่ยนแบรนด์ Caltex เป็นแบรนด์บางจาก ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่..?? คงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของดีล
ว่าแต่ปั๊มเอสโซ่ในไทยซื้อไปแล้ว ส่วนปั๊ม Caltex ที่ฮ่องกงก็ซื้อไปแล้ว ช็อตต่อไป BCP จะซื้อปั๊ม Caltex ในไทยด้วยป๊ะเนี่ย..??
ไม่แน่ตอนนี้อาจซุ่มทำดีลอยู่ก็ได้…ใครจะไปรู้
…อิ อิ อิ…