วิกฤตความโปร่งใส..เนื้อร้ายโลกยุคใหม่

ภายใต้โลกยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ ทำให้เชื่อกันว่า “ระบอบประชาธิปไตยตะวันตก” คือป้อมปราการด่านสุดท้ายของความซื่อสัตย์โปร่งใส


ภายใต้โลกยุคภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ ทำให้เชื่อกันว่า “ระบอบประชาธิปไตยตะวันตก” คือป้อมปราการด่านสุดท้ายของความซื่อสัตย์โปร่งใส แต่วันนี้ดูเหมือนว่าป้อมปราการดังกล่าวกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงจากรายงานดัชนีการรับรู้การคอร์รัปชัน (CPI) ประจำปี 2025 จากองค์กรความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขสถิติ แต่มันคือ “สัญญาณอันตราย” บ่งบอกว่า ประเทศผู้นำโลกอย่างสหรัฐอเมริกา กำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคเสื่อมถอยด้านธรรมาภิบาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

การที่สหรัฐฯ ตกลงไปอยู่อันดับ 29 ของโลก ด้วยคะแนนเพียง 64 คะแนน คือ จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2012 สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือ “เพื่อนร่วมชั้น” ในตาราง วันนี้ความโปร่งใสสหรัฐฯ ถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกับ “บาฮามาส” และพ่ายแพ้ต่อประเทศอย่าง “ลิทัวเนีย” (อันดับ 28) หรือแม้แต่ “อุรุกวัย” (อันดับ 17)

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของภาพลักษณ์ แต่มันคือการสูญเสียความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนและประชาคมโลก

การกลับสู่อำนาจอีกครั้งของ “โดนัลด์ ทรัมป์” คือการเดินหน้าลดทอนอำนาจหน่วยงานตรวจสอบ (Deregulation of Integrity) อย่างเป็นระบบ เริ่มจาก การแช่แข็งกฎหมาย FCPA (การหยุดสืบสวนคดีติดสินบนข้ามชาติ ส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาล “ยอมรับการคอร์รัปชัน” เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ), การทำสงครามกับความจริง (การใช้กฎหมายฟ้องปิดปากสื่อ (SLAPP) ไม่ว่าจะเป็น ABC, CNN หรือ BBC ด้วยมูลค่าฟ้องร้องหลัก 1,000 ล้านดอลลาร์), การใช้รัฐเป็นเครื่องมือ (คำสั่งฝ่ายบริหาร ที่กีดกันนักกฎหมายฝ่ายตรงข้าม ไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ของรัฐหรือรับงานราชการ ถือเป็นการบ่อนเซาะหลักนิติธรรม (Rule of Law) อย่างรุนแรง)

นั่นทำให้เห็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เมื่อตำแหน่งประธานาธิบดี ถูกใช้เป็นเครื่องมือการตลาด (Political Branding) ตั้งแต่การออกเหรียญคริปโตชื่อตัวเอง จนถึงดีลอสังหาริมทรัพย์ข้ามชาติในตะวันออกกลาง และเอเชีย ความทับซ้อนระหว่าง “ผลประโยชน์ส่วนตัว” กับ “นโยบายต่างประเทศ” กลายเป็นเส้นขนานที่มาบรรจบกันกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้ดัชนีความโปร่งใสดิ่งเหว..!!

ตัวเลขคะแนนเฉลี่ยความโปร่งใสโลกลดลงเหลือเพียง 42 คะแนน สะท้อนข้อเท็จจริงว่า เมื่อ “พี่ใหญ่” ไม่นำหน้าด้านจริยธรรม ประเทศอื่น ๆ เริ่มหย่อนยานตาม จากรายงานระบุว่า กว่า 2 ใน 3 ของโลก มีคะแนนต่ำกว่า 50 แม้แต่แชมป์เก่าอย่างเดนมาร์ก หรือสวิตเซอร์แลนด์ ยังมีคะแนนลดลง สะท้อนถึง “เมกะเทรนด์เทา” ที่ไหลเวียนในระบบการเงินโลกได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการขาดการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง

“วิกฤตความโปร่งใส” ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ บ่งบอกให้รู้ว่า “สถาบันที่เข้มแข็ง” สามารถพังทลายได้ในพริบตา หากผู้นำขาดจริยธรรมและมุ่งทำลายระบบตรวจสอบ

สำหรับ “ประเทศไทย” ที่รั้งอันดับโซนท้าย (อันดับ 116 จาก 33 คะแนน) บทเรียนนี้ยิ่งตอกย้ำว่า หากเราไม่สร้างกลไกตรวจสอบที่อิสระจริง ๆ เราอาจ “ติดกับดักคอร์รัปชัน” อย่างไม่ต้องสงสัย..!!!

นั่นทำให้เมกะเทรนด์โลก นับจากนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่อง AI หรือ Green Energy แต่มันคือเรื่อง Integrity War หรือสงครามความซื่อสัตย์ ใครที่โปร่งใสกว่า คนนั้นคือ “ผู้ชนะระยะยาว” ในทางกลับกันใครที่ใช้อำนาจมืดนำทาง ท้ายสุดความเสื่อมถอย จะตามมาหลอกหลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้..!!

Back to top button