PSL เรือซ่อม-บาทแข็ง.!

อกอีแป้นจะแตก..! ที่เห็นงบปี 2568 ของ PSL กำไรสุทธิทรุดหนักเหลือแค่ 413.85 ล้านบาท ลดลง 71.81% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


อกอีแป้นจะแตก..! ที่เห็นงบปี 2568 ของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL กำไรสุทธิทรุดหนักเหลือแค่ 413.85 ล้านบาท ลดลง 71.81% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,468.28 ล้านบาท…

โอเค…แม้ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ในรอบปี 2568 จะปรับลดลงจาก 1,755 จุดในปี 2567 มาอยู่ที่ 1,681 จุด แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในระดับสูง…ขณะที่รายได้จากการเดินเรือสุทธิ (สุทธิจากรายจ่ายและน้ำมันเชื้อเพลิง) ลดลงแค่ 13% มิหนำซ้ำ ยังมีกำไรจากการขายเรือจำนวน 3 ลำ จำนวน 33.09 ล้านบาทอีกต่างหาก

แต่ทำไมกำไรถึงได้ลดลงฮวบฮาบขนาดนั้นล่ะ..??

งั้นไปค้นหาคำตอบกันดีกว่าว่า PSL โดนอะไรเซาะกร่อนกำไรไปเนี่ย..!? 

จากคำอธิบายงบปี 2568 น่าจะเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก…ปัจจัยแรก คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งโป๊ก โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นประมาณ 9.4% นั่นทำให้ PSL มีตัวเลขขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 138.41 ล้านบาท 

แต่การแข็งค่าของเงินบาท ก็ทำให้หนี้หุ้นกู้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐของบริษัทที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2572 และปี 2577 ลดลง 1,360 ล้านบาท

เรียกว่าเหรียญมีสองด้านเสมอนะออเจ้า..!!

ส่วนอีกปัจจัยเกิดจากการที่ PSL นำเรือ 22 ลำ เข้ารับการซ่อมแซมและสำรวจเรือ โดยระยะเวลาหยุดเดินเรือเฉลี่ยเพื่อการซ่อมแซมบำรุงของปี 2568 อยู่ที่ 17 วันต่อลำเรือ ซึ่งจำนวนเรือที่เข้ารับการซ่อมแซมและสำรวจในปี 2568 สูงกว่าปกตินั่นเอง…

แหม๊…ที่แท้การซ่อมเรือกับบาทเข็ง เป็นตัวการฉุดรั้งกำไร PSL นี่เอง…

โดยในส่วนของค่าเงินบาทที่แข็งค่า เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้…อันนั้นเข้าใจได้

ขณะที่การซ่อมแซมและสำรวจเรือ ก็คงถึงวงรอบที่ต้องทำแหละ เพราะหากดื้อดึงไม่ทำอาจส่งผลเสียมากกว่าที่คิด… 

ซึ่ง PSL นั่งยันนอนยันว่า การซ่อมแซมและสำรวจเรือในปี 2569 จะกลับสู่ระดับปกติมากขึ้น โดยจะมีเรือเข้ารับการซ่อมแซมและสำรวจเรือเพียง 11 ลำเท่านั้น ก็น่าจะคลายกังวลไปได้บ้าง…

แต่จะมีปัจจัยอื่น ๆ มากดดันอีกหรือเปล่า..?? คงต้องติดตามกันต่อไป

ทว่าแม้งบปี 2568 จะไม่ปังอย่างที่คิด แต่ PSL ยังควักเงินจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้วรายไตรมาส 3 ไตรมาส รวมในอัตราหุ้นละ 0.30 บาท ทำให้ทั้งปี 2568 เงินปันผลอยู่ที่ 0.40 บาท คิดเป็นดิวิเดนด์ยีลด์ที่ 5.8% โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 เม.ย. 2569 และรับเงินเข้ากระเป๋าในวันที่ 7 พ.ค. 2569 

ขณะที่ PSL สำทับว่า หากลองคำนวณผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 32 โดยนับตั้งแต่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จนถึงวันที่ 16 ก.ย. 2568 ซึ่งราคาหุ้นปิดที่ 7.30 บาท (เทียบกับวันแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2536) โดยหากนักลงทุนได้ถือหุ้นตั้งแต่ราคาไอพีโอจนครบ 32 ปี จะได้รับผลตอบแทน IRR ที่ 15.65 เท่าของเงินลงทุนครั้งแรก 

ซึ่งหมายเหตุไว้หน่อยว่า ยังไม่รวมถึงผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ได้รับในรูปหุ้นหรือดอกเบี้ยรับนะจิบอกให้…

ถ้าดูจากผลตอบแทน IRR ที่ 15.65 เท่าของ  PSL แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ให้ผลตอบแทนพอใช้ได้…ส่วนจะเข้าตาหรือเปล่า..?? อันนี้แล้วแต่จะคิด

ด้านมุมมองของนักวิเคราะห์อย่าง บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ค่าระวางเรือในไตรมาส 1/2569 จะลดลงตามฤดูกาล แต่ยังคงประมาณการปี 2569 ฟื้นตามการขนส่งทางเรือ การปรับปรุงกองเรือต่อเนื่องทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น และปีนี้มีเรือซ่อมบำรุงลดลงเป็น 11 ลำ

โดยแนะนำให้ “ซื้อ” เป้าหมายราคาที่ 7.50 บาท

ยังมีอัพไซด์ให้เล่นอีกพอสมควรนะเจ้าคะ…

…อิ อิ อิ…

Back to top button