
BRI ปิดจ๊อบขาย “หุ้นกู้” เกลี้ยง 1.3 พันลบ. ลุยเปิด 3 โครงการใหม่ดันยอดขาย 5 พันลบ.
BRI ปลื้มยอดจองหุ้นกู้ 2 ชุดใหม่ทะลัก ปิดการขายเกลี้ยง 1,300 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุน เตรียมนำเงินชำระคืนหนี้เดิม พร้อมกางแผนเปิด 3 โครงการใหม่ 3,200 ล้านบาท ดันยอดขายปีนี้แตะ 5,000 ล้านบาท
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ผู้นำการพัฒนาโครงการบ้านจัดสรรแนวราบ ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท ซึ่งเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยสามารถปิดการขายได้เต็มจำนวน (Sold Out) ให้กับผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน
สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าว แบ่งออกเป็น หุ้นกู้ชุดที่ 1 (BRI282A) อายุ 1 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.80% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 และ หุ้นกู้ชุดที่ 2 (BRI292A) อายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.05% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572 กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยมีหลักประกันเป็นที่ดินเปล่าและโรงแรมพร้อมที่ดินในทำเลศักยภาพ อาทิ หัวหิน, ภูเก็ต, ปากเกร็ด และสุขุมวิท 107 รวมถึงห้องชุดพาณิชยกรรมในโครงการของกลุ่มออริจิ้น ซึ่งมีมูลค่าหลักประกันมากกว่า 1.2 เท่าของมูลค่าหุ้นกู้ นอกจากนี้ บริษัทและหุ้นกู้ยังได้รับอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจและกระแสรายได้ที่มีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวมีผู้จัดการการจัดจำหน่าย 15 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จํากัด, บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)
นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRI เปิดเผยว่า เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจของบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการคุณภาพในทำเลศักยภาพ และการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยบริษัทยังคงยึดมั่นในการเติบโตอย่างมีวินัยควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่เคร่งครัด สำหรับเม็ดเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ บริษัทจะนำไปใช้ชำระคืนหนี้เดิม (Roll Over) และดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Crafted for Better Living” เพื่อยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขาย (Presale) ไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer) 4,000 ล้านบาท และรายได้รวม (Revenue) 3,400 ล้านบาท
สำหรับแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัว 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการ Belgravia Exclusive Pinklao-Boromratchachonnani (เบลกราเวีย เอ็กซ์คลูซีฟ ปิ่นเกล้า-บรมราชชนนี) เฟสแรกมูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท 2. โครงการ Brilliant Business Park โมเดล Mixed-use แนวใหม่ที่รวมโชว์รูม ออฟฟิศ และที่พักอาศัยไว้ด้วยกัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ULTIMATE HUB FOR NEXT-GEN ENTREPRENEURS เฟสแรกมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท นำร่อง 5 ทำเลยุทธศาสตร์
ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง โดยร่วมมือกับบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด (ALPHA) ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้ และ 3. โครงการ Brilliant Avenue รูปแบบ Lifestyle Mixed-Use Residences ภายใต้คอนเซ็ปต์ WHERE WORK AND LIFE BALANCE เฟสแรกมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท ซึ่งเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569

