
“หุ้นเอเชีย” เปิดลบ KOSPI ร่วงกว่า 4% เซ่นแรงขายทำกำไรหุ้นชิป
ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบส่วนใหญ่ นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นชิป-เทค หลังพุ่งแรงก่อนหน้า กด KOSPI ร่วง 4.57% ขณะที่ Samsung Electronics และ SK hynix ดิ่งราว 9%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 ส.ค.69) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายส่วนใหญ่ในแดนลบ โดยตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลงแรงกว่า 4% หลังนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป หลังราคาหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (31 ก.ค.69)
โดยดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 63,834.95 จุด ลดลง 527.07 จุด หรือ 0.81% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต ตลาดหุ้นจีน เปิดที่ 3,812.61 จุด ลดลง 19.65 จุด หรือ 0.51%
ด้านดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงลง 4.57% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ลดลง 0.36%
สวนทางกับดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ที่เปิดตลาดในแดนบวกที่ระดับ 25,987.31 จุด เพิ่มขึ้น 102.88 จุด หรือ 0.40%
สำหรับแรงกดดันสำคัญในตลาดหุ้นเกาหลีใต้มาจากการขายทำกำไรหุ้นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ โดยหุ้น Samsung Electronics และ SK hynix ต่างปรับตัวลงประมาณ 9% ในช่วงเช้า หลังจากราคาหุ้นทั้งสองบริษัทพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงในช่วงเช้าวันนี้ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่าน พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 4.5% แตะระดับ 80.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 4.4% แตะระดับ 84.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และกาตาร์ ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน เนื่องจากเชื่อว่ามีโอกาสบรรลุข้อตกลง พร้อมระบุว่าการเจรจาครอบคลุมทั้งประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
