STPI เผยบริษัทย่อยทุ่ม 840 ลบ. ซื้อหุ้น 60% ใน “ดับเบิลยู พีจีอี เพชรบุรี”

STPI เผยบ.ย่อยทุ่ม 840 ลบ. ซื้อหุ้น 60% ใน “ดับเบิลยู พีจีอี เพชรบุรี” หรือ WPP ผู้ผลิตไฟฟ้าขยะชุมชน จ.เพชรบุรี ขนาดกำลังการผลิต 7.9MW คาดผลิตไฟฟ้าได้ปลายปี 61


บริษัทเอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมาบริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ เซอร์วิสเซส จำกัด (STPS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยได้ลงนามสัญญาซื้อหุ้น 60% ในบริษัท ดับเบิลยู พีจีอี เพชรบุรี จำกัด (WPP) คิดเป็นมูลค่า 840 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชน ในจ.เพชรบุรี ขนาด 7.9MW โดยมีสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำนวน 5.99MW ซึ่งคาดว่าจะพร้อมผลิตไฟฟ้าภายในปลายปี 61

ทั้งนี้ การลงนามสัญญาซื้อหุ้นดังกล่าว เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่อนุมัติในหลักการให้บริษัทย่อยเข้าทำรายการเพื่อซื้อหุ้น WPP จำนวน 60% จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ บริษัท ดับเบิลยูพี กรีนเอ็นเนอจี จำกัด (WPGE) และ WP CONSULTANT INTERNATIONAL CO., LTD.(WPCI) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากขยะชุมชน ซึ่งทางฝ่ายจัดการได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้และรายละเอียดโครงการจนเป็นที่พอใจแล้ว จึงตัดสินใจเข้าทำรายการดังกล่าว

สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากขยะชุมชนดังกล่าวมีขนาดกำลังการผลิต 7.9MW เป็นเวลา 5 ปีและต่ออายุอัตโนมัติทุก 5 ปี จนกว่าผู้ผลิตไฟฟ้าจะบอกยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟภ. ซึ่งขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างการเจรจาทำสัญญารับเหมาก่อสร้าง และติดตั้งเครื่องจักร โดยคาดว่าจะพร้อมผลิตไฟฟ้าได้ปลายปี 61

สำหรับการลงทุนดังกล่าว เป็นการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีการเติบโต อันเป็นไปตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก พ.ศ.2558 รวมถึงสามารถสร้างรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring Income) ให้กับกลุ่มบริษัทในระยะยาว สำหรับแหล่งเงินลงทุนที่ใช้จะมาจากเงินทุนหมุนเวียนจากการดำเนินงาน โดยงบการเงินรวม ณ วันที่ 30 มิ.ย.59 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราว รวมจำนวน 6.39 พันล้านบาท

Back to top button