
PLANB วิ่งต่อ 4% ดึง VGI-BTS บวกตาม! รับงบปี 68 โตเด่น สื่อนอกบ้านฟื้น
PLANB ปรับตัวขึ้น 4% หลังประกาศงบไตรมาส 4/2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนกำไรทั้งปี 2568 แตะ 1,105 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจสื่อนอกบ้าน (OOH) และ Engagement Marketing ฟื้นตัวชัด ดึง VGI–BTS ราคาบวกตาม ขณะนักวิเคราะห์คงคำแนะนำ “ซื้อ” มองปี 69 โตต่ออีก 15%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ณ เวลา 11:09 น. อยู่ที่ระดับ 4.44 บาท บวก 0.16 บาท หรือ 3.74% ราคาสูงสุด 4.54 บาท ราคาต่ำสุด 4.30 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 184.80 ล้านบาท
บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI อยู่ที่ระดับ 1.27 บาท บวก 0.16 บาท หรือ 14.41% ราคาสูงสุด 1.32 บาท ราคาต่ำสุด 1.13 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 421.03 ล้านบาท
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS อยู่ที่ระดับ 2.64 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 4.76% ราคาสูงสุด 2.64 บาท ราคาต่ำสุด 2.48 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 298.43 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการ PLANB ไตรมาส 4/68 ดังนี้
1.กำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 352 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน, เพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาสก่อน) ใกล้เคียงคาด หนุนโดยรายได้รวมโตเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากธุรกิจ OOH (สื่อนอกบ้าน) โตเพิ่มขึ้น 5% จากงวดเดียวของปีก่อน (อัตราการใช้สื่อ 80%) และ Engagement Marketing โตเพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จาก Sport Marketing โดยเฉพาะธุรกิจมวย แม้ GPM (อัตรากำไรขั้นต้น) ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนจาก PPA ของ Hello Bangkok LED ขณะที่กำไรจากไตรมาสก่อน เติบโตตามฤดูกาล
2.กำไรสุทธิปี 2568 อยู่ที่ 1,105 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1,268 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) หนุนจากการเติบโตของรายได้ OOH และ Engagement Marketing รวมถึงภาระดอกเบี้ยที่ลดลง
ดังนั้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 5.50 บาท (อิง PER ปี 2569 ที่ 20 เท่า) เรายังชอบ PLANB จากความเป็นผู้นำสื่อ OOH ของไทย และมองว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า VGI รายงานกำไรสุทธิ ไตรมาส 3/68 (ต.ค.-ธ.ค. 2568) ที่ 83 ล้านบาท ต่ำกว่าเราคาดเล็กน้อยจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อ่อนแอ แม้ธุรกิจหลักยังใกล้เคียงประมาณการ กำไรลดลงแรง ลดลง 73% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากรายได้หดตัว -11% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะสื่อโฆษณาได้รับผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญา Street Furniture
ขณะเดียวกันค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้นจากค่าการตลาดของกลุ่ม Rabbit และค่าจ้างบริหารสื่อ อีกทั้งรายได้อื่น ๆ และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงจาก บมจ เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ [JMART] ขาดทุนและไม่มีส่วนแบ่งจาก บมจ.ร็อคเทค โกลบอล [ROCTEC] เหมือนปีก่อน อย่างไรก็ดีกำไร เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขยับขึ้น +6% ตามฤดูกาลที่เป็น High season หนุนรายได้รวมโต +14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้ถูกกดดันจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง
รวม 9 เดือนของปี 2568 (เม.ย.-ธ.ค. 2568) กำไรสุทธิอยู่ที่ 207 ล้านบาท (ลดลง 54% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) สะท้อนรายได้ลดลงและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568/69 (เม.ย. 2568 – มี.ค. 2569) ที่ 225 ล้านบาท (ลดลง 55% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน) พร้อมคาดเงินปันผล 0.01 บาท คิดเป็น Dividend Yield ราว 1% สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังจำกัด ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เงินสดกว่า 21,000 ลบ. หนี้ต่ำ 0.1 เท่า
แนวโน้มผลประกอบการของ VGI ยังไม่สดใส เนื่องจากธุรกิจใหม่ทั้ง Digital Services และ Distribution ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน และยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้เราคาดกำไรสุทธิปี 2569/70 (เม.ย. 2569 – มี.ค. 2570) อยู่ที่ 226 ล้านบาท เติบโตเพียง +1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เท่านั้น
อย่างไรก็ดี จุดแข็งของ VGI อยู่ที่ฐานะการเงินที่แข็งแรงจากการเพิ่มทุนและขายเงินลงทุนในปีก่อน ส่งผลให้สิ้นไตรมาส 3/68 มีเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนสูงถึง 21,315 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินที่มีดอกเบี้ยเพียง 838 ล้านบาท และอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำ 0.1 เท่า สะท้อนความสามารถในการรองรับการลงทุนใหม่ได้ดี โดย Catalyst สำคัญของหุ้น VGI ยังอยู่ที่ความชัดเจนในการใช้เงินลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเติบโตระยะถัดไปของบริษัท
ทั้งนี้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2568/69 (สิ้น มี.ค. 2569) ที่ 1.28 บาท อิงวิธีประเมิน SOTPs เทียบเท่า PBV ปี 2568/69 ที่ 0.77 เท่า แม้ผลการดำเนินงานยังไม่แข็งแรง แต่หุ้นมีจุดเด่นสำคัญ คือ สถานะการเงินแข็งแกร่ง โดยสิ้นไตรมาส 3/68 มีเงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนกว่า 21,315 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าเงินสดสุทธิราว 1.02 บาทต่อหุ้น ซึ่งพร้อมรองรับการลงทุนใหม่ที่จะเป็น Catalyst หลักในอนาคต
มูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้น PLANB ผู้นำธุรกิจสื่อนอกบ้านที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต โดยสัดส่วนการถือหุ้นคิดเป็นมูลค่า 0.24 บาทต่อหุ้น ทำให้ VGI ยังมี Upside ที่น่าสนใจ

