
“ฟินันเซีย ไซรัส” เชียร์ซื้อ SYNEX เป้า 12.50 บาท ชี้ Q2 รับทรัพย์ราคา IT ขยับขึ้น
SYNEX ฟอร์มสวย! กำไร Q1/69 พุ่งแตะ 221 ล้านบาท เติบโต 17.6% ดีกว่าตลาดคาด รับอานิสงส์กลุ่ม B2B และส่วนแบ่งกำไร NCAP ขยายตัว ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งแตะ 3.87% โบรกฯ ประเมินไตรมาส 2 สัญญาณดีต่อเนื่อง หลังสินค้ากลุ่มหน่วยความจำขาดแคลนหนุนราคาขาย IT ขยับขึ้น เชียร์ซื้อ เคาะเป้า 12.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 14.5% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรปกติไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 177 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 10.2% จากไตรมาสก่อน โดยภาพรวมผลการดำเนินงาน (operation) อ่อนตัวกว่าคาดเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ได้รับการชดเชยจากส่วนแบ่งกำไรที่ดีกว่าคาด ทำให้ผลประกอบการโดยรวมเป็นไปตามประมาณการของบริษัทหลักทรัพย์ และดีกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 5-6%
ด้านยอดขายรวมไตรมาส 1/2569 เติบโตเล็กน้อย 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อนตามปัจจัยฤดูกาล โดยการเติบโตเชิงปีได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ B2B กลุ่ม commercial และ enterprise ที่ขยายตัว ขณะที่ถูกกดดันจากยอดขายกลุ่ม Apple และสมาร์ทโฟนที่ลดลง
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ไตรมาส 1/2569 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 3.87% จาก 3.81% ในไตรมาส 1/2568 และ 3.55% ในไตรมาส 4/2568 ตามสัดส่วนรายได้สินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ถูกหักล้างบางส่วนจากสัดส่วนค่าใช้จ่าย SG&A ต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นทั้งเมื่อเทียบรายปีและรายไตรมาส
ในด้านปัจจัยอื่น ๆ พบว่า ส่วนแบ่งกำไรไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้นเป็น 47 ล้านบาท จาก 35 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 และ 33 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรของ NCAP (ที่ SYNEX ถือหุ้น 26.98%) ซึ่งเติบโตจากรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้น และการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายปรับลดลง
ทั้งนี้ กำไรไตรมาส 1/2569 คิดเป็นประมาณ 25% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2569 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยในอดีต โดยบริษัทหลักทรัพย์ยังคงคาดว่ากำไรปกติปี 2569 จะเติบโต 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับแนวโน้มข้างหน้า เริ่มเห็นสัญญาณการขาดแคลนหน่วยความจำ (memory) ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาขายสินค้าในกลุ่ม IT และเกมปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงไตรมาส 2/2569 อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ซัพพลายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อไป โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายที่ 12.50 บาท

